DDLC PLUS ()

DDLC PLUS ()

อีเมล์ (Mail1 - Mail5)


DDLC PLUS () image 1
DDLC PLUS () image 2
DDLC PLUS () image 3
DDLC PLUS () image 4
DDLC PLUS () image 5
DDLC PLUS () image 6
DDLC PLUS () image 7
DDLC PLUS () image 8

[จะมีให้อ่านเรื่อยๆตามที่เราเก็บข้อมูล เช่น ถ้าคุณตามเก็บจนครบ100% ก็จะมีให้อ่านทุกฉบับ]

ในภาคนี้นั้น ท่านเดน ซาวารุโด้ ได้ทำเกมใหม่เป็นรูปแบบการ “จำลอง” คอมพิวเตอร์ (ใช้ยูนิตี้ทำ)

ซึ่งพี่แกก็จำลองตั้งแต่เปิดเครื่องคอมยันเดสท็อป

ทำให้เรามีอารมณ์รู้สึกเหมือนเป็นคนเล่นคอมเครื่องนั้นในเกมจริงๆ

(แต่เราก็จะไม่เห็นตัวละครของเรานะครับ จะเห็นแค่หน้าจอที่เราเล่นเกมต่างๆในนั้นแทน)

ซึ่งในส่วนของภาคนี้นั้นเราจะสวมบทบาทเป็นทีมงานคนหนึ่งที่เป็นใครก็ไม่รู้ (ในเกมก็ไม่บอก)

มานั่งเล่นคอมเครื่องนี้ แต่ก็ทำได้หลายอย่างเลยนะ เช่น เล่นเกมภาคแรกอีกรอบที่มันแถมมา

เล่นภาคเสริมที่มันมี นั่งดูรูปอารต์เวิรค์สวยๆ ฟังเพลงเพราะๆ ไปค้นไฟล์หาความลับ

และมีอีกอย่างที่มันมีติดมาคือ อีเมล์ครับ

ในส่วนของอีเมล์นั้น มันก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่ทีมงานที่สร้างเกมเค้าคุยกันในเรื่องต่าง

(ทีมงานอันนี้ก็ทีมงานจำลองในเกมนะครับ ไม่ใช่ทีมงานของพี่เดนจริงๆในชีวิตจริง

ทีมงานนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องในภาคนี้ที่ขยายต่อออกมาจากภาคแรกอีกที)

ซึ่งมันจะคลายปมต่างๆของภาคแรก เช่น ทำไมโมนิก้าถึงพังกำแพงที่ 4 ได้ โปรเจคก์ลิบิทิน่าคืออะไร

แต่จะไปผูกปมใหม่แทน เช่น เราที่กำลังใช้คอมของทีมงานเป็นใคร แล้วโมนิก้าตอนนี้เป็นยังไง

บริษัทนี้ตั้งใจจะทำอะไรต่อกันแน่

ข้อความสีแดงในภาพในภาพในวงเล็บ คือ ข้อความเกรียนๆจากผู้แปล(ผมเองแหละ) ไม่ต้องอ่านส่วนนั้นก็ได้

ส่วนข้อความสรุปที่ผมวงเล็บไว้คืออธิบายเนื้อหาบางส่วนที่เชื่อมกันหรือขยายความเพิ่มเติม

1.Let's move on (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ100%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

หัวหน้าทีมเรา นายพอลล่า ไมน์เนอร์ มันบ่นประมาณว่า

“ทีมพวกเราทำไมเอาแต่ไปยุ่งกับเกมDDLCจังวะ ข้อมูลก็ได้จนครบแล้วยังจะเล่นอีก ไม่เบื่อหรอไงวะ

เอาเวลาไปพัฒนาเกมใหม่ต่อดีกว่าจะได้ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ถ้ายังสร้างเกมใหม่บ่ได้ แล้วหมู่เฮาจะไปต่อจังได แล้วถ้าเหตุการณ์แบบในเกมเกิดขึ้นในโลกจริงจะทำยังไงวะ”

จากนั้นก็มาอธิบายวิธีพัฒนาเกมที่สองจากการให้โร ทีตเตอร์ไปดึงข้อมูลของทีมอื่นมาดู

ซึ่งงานที่ทีมอื่นทำมันคือ VM (vitual machine = เกม) แบบมัลติเพลย์เยอร์และโปรเจกต์ลิบิทิน่า

( ถ้าถามว่าไอ้โปรเจกต์ลิบิทิน่ามันคืออิหยังวะ มันก็คือ โครงการที่จับเด็กสาวมาทดลองอะไรซักอย่างเกี่ยวกับศาสนาและตาที่สาม พูดง่ายๆมันก็คือ เกมใหม่ของพี่เดนอีกนั้นแหละ และเป็นอีสเตอร์เอ้กในไฟล์ของโมนิก้าในภาคแรกด้วย ถ้าอยากรู้เพิ่มคลิกลิ้งค์นี้--->https://projectlibitina.com/ )

ซึ่งหัวหน้าเราสร้างตัวอ่านเนื้อหาของโปรเจกต์ลิบิทิน่ามาให้ทีมเราอ่านจ้า ชื่อว่า TEST VM

และเราสามารถเข้าไปดูได้ถ้าเราเก็บทุกอย่างครบ100% แต่จะเห็นเป็นแค่ข้อความ

(อันนี้แหละคือ TEST VM ข้อมูลที่หัวหน้าไปดึงจากโปรเจกต์ลิบิทิน่ามาให้ดู )

ทำการเชื่อมต่อ….เชื่อมต่อเสร็จสิ้น

พยายามจะแปลงเลขฐานสอง

แปล

(ภาษาต่างดาว) การตื่นขึ้นของตาที่สาม ซึ่งถูกสร้างจากภายในแกนสมองทั้งสองซีก อันเป็นเหตุให้เกิดลักษณะทางอารมณ์ เช่น สติสัมปชัญญะ อิสระทางความคิด ถึง(ภาษาต่างดาว)

หลุดการเชื่อมต่อ

(ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงตอนเราจิ้มสมองครึ่งซีกใน the evil within นั้นแหละ ประมาณนั้นละ)

( ไอ้ที่ขีดเส้นใต้สีแดงๆไว้คือ การเข้าระดับสูงเองครับ ทีมงานคนหนึ่งเอามายัดใส่ในตัวละครโมนิก้า โมนิก้าเลยเบิกเนตรทุกอย่างเลยสามารถใช้พลังทำโน่นนี้กับไฟล์ได้ และถ้าตัวแปรของโมนิก้าหายไป ไอ้ค่าที่ใส่ไว้ก็จะไปอยู่ที่ตัวแปรถัดไปแทน (ก็ซาโยรินั้นแหละ) )

2.Binary data in VM2? (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 90%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณโร ทีตเตอร์ เป็นวิศวะกรระบบและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา

เขาก็ไปช่วยสร้างเนื้อหาให้อีกทีมเหมือนกัน

(ก็ไอ้ทีมที่ทำลิบิติน่านั้นแหละ แล้วไอ้พอลล่ามันก็ไปเอาไฟล์ของไอ้โรมาอ่านอีกที)

ซึ่งพี่แกก็ไปดึงข้อมูลที่เขาทิ้งไว้ผ่านระบบตรวจงานประวัน

และก็แกะรหัสฐานสองของเกมใหม่ให้เป็นข้อความมาให้ทีมเราอ่านกัน

แต่เพราะการไปดึงข้อมูลจากทีมอื่นมา มันจะทำให้ไทม์เซิรฟ์เวอร์มันทำงานหนักขึ้น

(ไทม์เซิร์ฟเวอร์ ก็คือ เซิร์ฟเวอร์ประเภทหนึ่งที่เป็นเครื่องใช้อ้างอิงเวลาของระบบเพื่อให้เวลาของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องตรงกัน ในหลายองค์กรก็จะใช้การตั้งหรือกำหนดให้เซิร์ฟเวอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเป็นไทม์เซิร์ฟเวอร์ของระบบ)

เพราะงั้น พี่แกก็เลยแก้ปัญหาด้วยการไปกำหนดไทม์เซิรฟ์เวอร์ซัก 3 วัน

ทำให้ข้อมูลทุกตัวกลายเป็นเลขฐานสองก่อนแล้วค่อยก๊อปมาแกะรหัสอีกที (ก็คือไอ้ TEST VMนั้นแหละ)

และปิดท้ายด้วยการบอกว่า ไม่ต้องสนใจผมก็ได้ จะไปเล่นอะไรก็เล่นไป

หรือจะไปเล่นอะไรบ้าๆในเกม DDLC ก็เรื่องของเอ็ง ไว้มีข่าวคราวแล้วจะบอก

3.Issues caused by unprotected memory (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 85%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณราวี่ ราโซ เป็นวิศวะกรระบบและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา

เขาถามมาว่ามีใครประเมินถึงผลข้างเคียงจากการ(มักง่าย) เอาตัวเก็บข้อมูลของ VM(เกม) หลายๆตัวมาแชร์ร่วมกันแทนที่จะแยกเป็นตัวๆไปเลย

เพราะตอนที่พี่แกกำลังตรวจสอบเกม DDLC อยู่ ก็ดันไปเจอว่าเกมมันสร้างไฟล์ขึ้นมาเอง

พี่แกก็ใจคอไม่ดีเลยลองไปตรวจดูแต่ก็ไม่เจออะไร (ก็แหงละพี่ข้อมูลจาก VM อื่นมันไปสิงอยู่ในไฟล์ตัวละครไง)

พี่แกเลยมาชี้แจงว่าต่อว่า จากการเดาระดับเทพของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพราะ

ข้อมูลที่ไปเชื่อมกับ VM(เกม) อื่นๆมันไม่ได้ตั้งค่าให้เป็น 0 ดังนั้นเกมDDLC จึงไปดึงข้อมูลนั้นมา

(เป็นอีสเตอร์เอ้กในไฟล์ของโมนิก้าคนับ เป็นเรื่องของการขอให้เราช่วยกลับไปบอกเพื่อนๆในชมรม ว่าในโปรเจคลิบิติน่าทุกคนในชมรมตายห่าหมดเกลี้ยง และใครซักคนในชมรมเคยเจออะไรอย่างงี้มาแล้วและมีพลังของตาที่สาม ใครอยากรู้เพิ่มเติมคลิกลิ้งค์นี้ไปเลยครับ https://medium.com/@etanitinojunin/decode-monika-chr-file-of-doki-doki-literature-club-5526ff373ab2 )

และสุดท้ายพี่แกจะลองหาทางแก้ไขด้วยโปรแกรมสแกนปัญหา และฝากให้คนอื่นช่วยดูด้วยเผื่อว่าจะเจอต้นตอของปัญหา

4.Re: Ethics (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 80%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

หัวหน้าทีมเรา นายพอลล่า ไมน์เนอร์ มันบ่นประมาณว่า

“ทำไมพวกตูต้องมานั่งเขียนโค้ดศีลธรรม จริยธรรมด้วยวะ

งานตูก็ไม่ใช่ นี่มันงานของรัฐบาลต่างหากที่ต้องทำเองหลังจากงานพวกตูมันเสร็จแล้ว

เอาตรงๆนะ ไอ้เรื่องศีลธรรมมันก็คืออารณ์ด้านลบของเรา อย่างความสงสาร ความเศร้า ความโกรธ

ที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกแทนสิ่งมีชีวิตที่มีมือมีตีนคล้ายเราก็เท่านั้นเอง

ตูก็ไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายศีลธรรมห้ามฆ่าพืชหรือแบคทีเรียเลย

สุดท้ายไอ้เรื่องศีลธรรรมมันก็แค่เรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ก็เท่านั้นเอง

ไอ้มนุษย์ ใน VM(เกม) ที่พวกเราสร้างขึ้นมาแค่ตัวตนก็ไม่เหมือนพวกเราแล้ว เพราะงั้นก็อย่าไปใส่ใจ

เพราะยังไงมันก็เป็นเพียงแค่บอทที่กำหนดค่าสถานะให้รู้สึกเศร้าใจก็เท่านั้น

พวกตูเป็นวิศวะนะโว้ย ไม่ใช่นักปรัชญา คำคม วิถีชีวิต”

และจากที่ฟังมาเหมือนว่ารัฐบาลจะกดดันให้บริษัทนี้ทำเนื้อหาเกมให้เบาลงหน่อย เพราะเสี่ยงว่าจะมีผลต่อสังคมได้ หัวหน้าแกเลยว้ากออกมาเพราะรำคาญ โดนเพิ่มงาน (เหมือนพี่เดนแกตั้งใจมาล้อเลียนข่าวของแกนะ ถ้าใครยังจำกันได้ที่ว่าหลายปีก่อนมีเด็กฆ่าตัวตายเพราะเกมของแก แต่สุดท้ายเหมือนจะเป็นแค่ความเข้าใจผิดกันนะ ถ้าใครอยากอ่านต่อก็คลิกลิ้งนี้เลยครับ https://web.facebook.com/sookphum.game/posts/196988734339426/ )

5.Staying focused on our goals (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 75%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

หัวหน้าทีมเรา คุณพอลล่า ไมน์เนอร์ เขาจะมาชี้แจงเรื่องเป้าหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆในการสร้างเกม

1.การที่มีสิทธิเข้าไปในไฟล์เกมได้ มันส่งผลต่ออารมณ์ของผู้เล่นให้รู้สึกยังไง

2.การที่มีสิทธิเข้าไปในไฟล์เกมได้ มันส่งผลต่อความคิดและความตั้งใจของผู้เล่นรู้สึกยังไง

3.หากมีใครสักคนที่เล่นเก่งมากๆ จะสามารถเปลี่ยนเนื้อหาในเกมได้ยังไง

4.การที่มีสิทธิเข้าไปในไฟล์เกมได้ จะถูกใช้เป็นอาวุธได้ยังไง

5.ผลของการกระทำและความคิดอะไรที่ช่วยให้จักรวาล(หมายถึงรูทจีบในแต่ละรูท)นั้นพังทลายลงไป

6.และที่สำคัญ ข้อสังเกตุของคุณจะนำมาใช้กับเกมDDLCได้ยังไง

7.แถม เราจะนำเสนอแผนนี้ให้บริษัทในฐานะผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทได้ยังไง

ปิดท้ายด้วยการขอให้ใครก็ได้เปลี่ยนรูปแบบของคอมให้เป็นปกติที เพราะถ้าใช้สีชมพูทีมของพวกเราอาจจะโดนเบื้องบนเพ่งเล็งได้

อีเมล (Mail6 - Mail9)


DDLC PLUS () image 92
DDLC PLUS () image 93
DDLC PLUS () image 94
DDLC PLUS () image 95
DDLC PLUS () image 96

6.omg (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 70%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณอีฟ ลาสเตอร์ เป็นวิศวะกรระดับสูงและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา

เธอออกมาถามคนในทีมว่าใครกันที่สร้างทวิตเตอร์ให้กับโมนิก้า

เธอก็บอกว่ามันก็ดูฮาดีแต่อย่าเอาไปบอกหัวหน้าทีม(คุณพอลล่า)ละกัน

ใครก็ตามที่ใช้ทวีตเตอร์ของโมนิก้าจะเอาไปรีทวีตหรือจะไปเขียนมีเดียแบบเทพๆก็ได้

แต่ขออย่าไปละเมิดกฎของทวีตเตอร์เข้าให้ละ

สุดท้ายแล้วเธอก็ตั้งคำถามว่าทวีตเตอร์เองก็เป็นคอนโทรล ซิมูเลชั่น (หมายถึงการจำลองเหตุการณ์ พูดง่ายๆก็คือเกมหรือVMที่พวกเรากำลังสร้างกันนั้นแหละ) รึป่าว

7.Character discrepancy (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 65%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณลิป มูซี่ เป็นวิศวะกรและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา เขาไม่มั่นใจว่าตนเองนั้นคิดไปเองหรือป่าว

หลังจากที่เขาได้ลองเล่นเกมDDLCที่พวกเราโคลนขึ้นมาสักพักหนึ่ง ก็พบว่าตัวละครบางตัวมันหายไปจากบทที่ควรจะมีและการแก้ไขไฟล์ของโมนิก้ามันเนี๊ยบมากๆจากที่ประเมินเอาไว้

และที่โมนิก้าทำอย่างงี้ก็เพราะต้องการจะคุยกับผู้เล่นโดยตรง

เลยกลายเป็นเหตุผลหลักที่ว่าทำไมตัวละครถึงต้องมีขีดจำกัดและมีนิสัยต้องต่างกัน (ขีดจำกัดมีไว้เพื่อไม่ให้ตัวละครไปรบกวนผู้เล่นมากเกินไป และโมนิก้าก็เคยบอกกับเราว่าไม่ไปเขียนโค้ดอะไรใหม่เลย แค่ไปปลดล็อคค่าบางอย่างของตัวละครเหล่านั้นเอง เช่น ตอนที่โมนิก้าไปปลดขีดจำกัดของยูริออก ยูริเลยยันแตก ขโมยปากกาเราไปช่วยตนเองกับรั้งเราให้อยู่หลังเลิกเรียนกับเธอ หรือจะโมนิก้าที่ไปปลดขีดจำกัดของตนเองได้ในตอนท้าย ที่สามารถใช้สกิลCMDได้อย่างเต็มที่ในตอนจบACT2 และลักษณะนิสัยที่ต่างกันก็มีให้สร้างรูทที่แตกต่างกัน ผู้เล่นจะได้ไม่เบื่อ )

และสุดท้ายลิป มูซี่ก็จะเริ่มเปิดประเด็นและตามสังเกตุความผิดปกติของตัวละครตัวนี้ต่อไป

8.Side Stories (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 65%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณเรอา วอลเท่ร์ เป็นวิศวะกรและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา

ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ทำงานที่โครตน่าเบื่อและยากเอามากๆ

ในการซ่อนสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ในตัวเกมของโมนิก้าแบบสุดฝีมือ โดยที่มันจะไม่ไปรบกวนการเล่นเกม

จากนั้นก็จะมาอธิบายสินค้าใหม่(เกมใหม่นั้นแหละ) ที่มีชื่อว่า ไซด์สตอรี่

ซึ่งตัวเกมนี้มีความแตกต่างจากภาคแรก(DDLC)นิดหน่อย

ตรงที่ตัวละครในภาคนี้(side story)จะมีอีเว้นท์ที่ต่างกันไป

เกิดจากการที่ไปเปลี่ยนค่าพื้นฐานบางอย่างในไฟล์ของเกมและไปซ่อนการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้า

ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟค (ก็คือทฤษฎีว่าด้วย ถ้าแก้ไขหรือเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนที่เลือกเหตุการณ์เดิมจะทำให้เกิดโลกคู่ขนานหรือเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาแทน ถ้าให้เข้าใจง่ายๆก็เหมือนทีมอเวนเจอร์ใช้มิติควอตตัมไปไล่เก็บหินนั้นแหละ)

แต่สุดท้ายทีมงานก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถึงเหตุผลที่ว่าโมนิก้าจะไปยุ่งกับไฟล์ของเพื่อนทำไมในภาคแรก

เลยคิดว่าโมนิก้าคงจะทดลองอะไบางอย่างหรือทำไปเล่นๆ (ทุกอย่างจะเฉลยในบทสุปเนื้อเรื่องครับ)

ซึ่งคุณเรอาก็ยังไปไล่เก็บทุกจักรวาล(รูท)ในเกมที่มีทั้งหมด 5 แบบ

มีจักรวาล(รูท) 3 หรือ 4 แบบที่โดนทำลายไปแล้วด้วยฝีมือของโมนิก้า (จากที่ผมเดาก็น่าจะมีจบแบบซาโยริตาย จบแบบนัทสึกึหักคอ และจบแบบปกติ ส่วนอีก 2 แบบที่ไม่ใช่ฝีมือของโมนิก้าก็มี จบแบบลบไฟล์โมนิก้าก่อนเล่นเกม กับจบแบบดี) ที่เหลือก็เพ้อเรื่องจักรวาลว่า

“จะไปสนทำไมจักรวาลไหนของจริงของปลอม

ไอ้จักรวาลที่พวกเราสร้างเกมขึ้นมาก็ของจริงเหมือนกันทั้งนั้นแหละ

เหมือนจักรวาลของเราที่พระเจ้าเป็นคนสร้างขึ้นมาไง”

(เรื่องพระเจ้าจักรวาลอะไรนี่มันเป็นอีสเตอร์เอ้กจากผู้พัฒนาเองละนะ เป็นมุกเกรียนๆที่พี่เดนแกใส่มาเอง)

พระเจ้า : หวัดดีบักหำน้อย

พรี่แดน ซาวารุโด้ : เฮ้ย มึงรู้ได้ไงว่ากูพังกำแพงที่ห้าได้ ใช่กูพูดถึงมึงอยู่ไอ้พระเจ้า ไอ้พวกพระเจ้าที่อยู่เหนือกว่าระดับมิติและกาลเวลาของพวกเรา กำลังจ้องมองดูจักรวาลของพวกเราที่มันสร้างขึ้นมาอยู่วะ

9.Have a nice weekend! (จะได้จากการเก็บทุกอย่างครบ 55%)

เนื้อหาในเมลนี้จะสรุปได้ว่า

คุณอีฟ ลาสเตอร์ เป็นวิศวะกรระดับสูงและเป็นเพื่อนร่วมทีมของเรา

เธอจะไปพักร้อนในสัปดาห์หน้า เพราะงานของเธอใกล้เสร็จแล้ว ถ้ามีอะไรให้ไปหาราวี่

และหลังจากเธอกลับมาแล้วก็จะจัดประชุมกันต่อเรื่องผลลัพท์ที่ได้มา

ไฟล์ลับภายในเกม (File1 - File3)


DDLC PLUS () image 138
DDLC PLUS () image 139
DDLC PLUS () image 140
DDLC PLUS () image 141
DDLC PLUS () image 142
DDLC PLUS () image 143

(เป็นไฟล์ลับที่ซ่อนอยู่ในเกมอีกที สามารถหามาอ่านได้ แต่ต้องไปตั้งวันเวลาและเข้าไปหาไฟล์ตามรหัสที่ได้มา เช่น เวลา 2.44 ในโฟลเดอร์ internal/2/2/4)

ในส่วนของอีสเตอร์เอ้กนั้น จะอธิบายถึงเหตุการณ์ต่างๆของทีมงาน เช่น แผนเดิมในการสร้างเกม DDLC ใครกันที่เป็นคนเปลี่ยนแผนของ DDLC จากที่มันควรจะเป็น แต่ก็มีปมบางอย่างที่แทรกเข้ามาแทน เช่น ทีมลับในบริษัทเป็นใคร อีฟเธอเปลี่ยนไปหรือเพราะใครอยู่ในร่างเธอ

ข้อความสีชมพูคือ อีสเตอร์เอ้กจากผู้พัฒนาที่(อาจจะ)อ้างอิงถึ่งสิ่งที่มีในชีวิตจริง

ส่วนข้อความในวงเล็บคำอธิบายก็คือ การอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากยิ่งขึ้น

1.project plan.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/2/2/1 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 2:40 AM or PM.)

เนื้อหาในไฟล์นี้จะสรุปได้ทั้งหมด 4 ประเด็น

1.วิธีและแนวคิดในการสร้างเกม (มีทั้งหมด8ขั้นตอน)

-เป็นการสร้างสื่อที่มนุษย์อ่านได้(พวกภาพ เสียง และเนื้อหา)

-สร้างสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง(ฉากและแบคกราว์ที่ใช้)

-สร้างค่าของตัวแปรที่มีรูปร่างแบบซ้ำๆ (อิ๊งมันใช้คำว่า genetic iterations ที่แปลว่าการสร้างพันธุกรรมแบบซ้ำๆ ผมก็ไม่รู้จะแปลยังไงออกมาให้มันสวยงามยังไง แต่ถ้าจะสรุปคือ สร้างลักษณะของตัวละครขึ้นมาเรื่อยๆนั้นแหละ) และกำหนดระดับการเข้าถึงตัวละคร (กำหนดรูทของแต่ละตัว)

-ทำไปเรื่อยๆจนกว่าเกมจะเสถียร ตามเป้าหมายและเวลาที่ตั้งไว้

-สังเกตุถึงผลการเข้าถึงระดับสูง(รูท)/ความรู้ในเกม

-รวบรวมและบันทึกข้อมูล

-เอาไปนำเสนอให้เบื้องบนทราบโดยตรง อย่าเอาไปให้แบรี่(ใครก็ไม่รู้ แต่เดาว่าน่าจะเป็นหัวหน้าแผนก)

2.สมาชิกทีม

-โร(เทพแห่งองค์ความรู้/สามารถเข้าถึงควอนตัมเซิร์ฟเวอร์ได้)

-ราวี่(เทพรองจากโร)

-ลิป(จัดการทุกอย่างด้วยไฟล์ลิป)

-อีฟ(ทำไมจะไม่มีละ)

-คนอื่น?

3.งานที่ต้องทำ

ปัจจุบัน- VM1(เกมขนาดเล็ก)

อนาคต- VM2(เกมขนาดกลาง)

4.รายละเอียดของ VM1 (แผนเดิมของ DDLC)

-เป็นวรรณกรรม (ง่ายต่อการเก็บข้อมูล เพราะเขียนออกมาเป็นกลอนเป็นแผ่น)

-ตัวละคร4ตัว

-ขนาดของเกมที่มีประสิทธิภาพพอสำหรับเซิรฟ์เวอร์

-จากการสร้างรูทขึ้นมา ก็จะสร้างกล่องข้อความ(หน้าต่าง)ขึ้นมาอีกทีเพื่อเก็บข้อมูลโดยแลกกับเกมจะไม่ค่อยสมจริง (ก็แหงละในชีวิตจริงมันไม่มีกล่องข้อความเด้งมาให้ดูบทสนทนาหรอก)

ซึ่งจากข้อความด้านบนก็แสดงให้เห็นว่า พวกเขาตั้งใจที่จะสร้างเกมจีบสาวธรรมดาๆอันหนึ่งเท่านั้นเอง

โดยมีทีมงานทั้งหมด 5 คน รวมถึงหัวหน้าด้วย และน่าจะเป็นช่วงที่เพิ่งหัดทำเกมมาใหม่ๆ เพราะยังไม่รู้เรื่องของโปรเจคลิบิทิน่า รู้แค่ว่าในอนาคต ทีมเขาและทีมอื่นจะต้องช่วยกันสร้างเกมใหม่ก็แค่นั้นเอง

โดยบริษัทนี้พยายามตั้งใจที่จะสร้างเกมที่เสมือนจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

2.DDLC.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/4/0/4 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 12:55 AM or PM.)

เนื้อหาในไฟล์นี้จะสรุปได้ทั้งหมด 4 ประเด็น

1.การกบฎของทีมงานคนหนึ่ง เนื้อหาใจความจะมีประมาณว่า

หวัดดีเพื่อน ยินดีต้อนรับสู่การก่อกบฎ พวกเราต่างก็สนุกกับงานในวิธีของเราเอง

ดังนั้นทุกคนคงจะสนุกกับมันมากเลยสินะ แต่ฉันว่าฉันเข้าใจนะว่าทำไมหัวหน้าถึงต้องสั่งรีบให้รวบรวมข้อมูล

แต่ฉันตั้งใจที่เบนความสนใจของทุกคนเองแหละ เพื่อจะสร้างเกมมีลูกเล่นใหม่ๆและสนุกมากยิ่งขึ้น

และก็การซ่อนไฟล์อีสเตอร์พวกนี้ไว้(หมายถึงแผนการพวกนี้แหละครับ) มันแม่งโครตฮาเอามากๆ

แถมถ้าเราทำงานออกมาได้ดีพอ การเอาไปเสนอให้หัวหน้าก็เป็นแผนที่ไม่เลวนะ

2.จุดขายสำคัญ(แผนการเปลี่ยนเนื้อหาเกม) เนื้อหาใจความจะมีประมาณว่า

- 5-6 ชั่วโมงแห่งความหลอนและสาวๆที่น่ารัก

- แก้ไขวิกฤตและปัญหาของตัวละครและจัดการเกมของคุณ

-ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการล่มสลายของจักรวาลซ้ำแล้วซ้ำเล่าในรูปแบบของเกม

3.การสร้างทีมลับในบริษัทอีกที เนื้อหาใจความจะมีประมาณว่า

ฉันแอบตั้งทีมลับซ้อนทีมลับเอาไว้อีกที มันเมต้ากว่าที่คิดไว้ซะอีก และนั้นเป็นการประเมินค่าพวกเราที่ทำงานใน metaverse enterprise solutions(บริษัทที่ไอ้พวกนี้ทำงานนั้นแหละ)

4.การสร้างทีมปลอม เนื้อหาใจความจะมีประมาณว่า

พวกเราจะคิดชื่อสตูดิโอเกมปลอมๆและทุกๆอย่างด้วย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่คิดจะวางจำหน่ายและการซ่อนเรื่องราวพวกนี้ไว้ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และฉันต้องการชื่อทีมที่มันฟังแล้วมันดูเท่ เหมือนพวกซุปเปอร์ฮีโร่อะไรยังงี้ เอาน่า พวกเราช่วยกันได้นะ เอาเป็น อ่าาาา team salvation เป็นไง

โอเคครับ ถ้าฟังมาถึงตรงนี้แล้วก็คงจะเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าการกบฎนี้มันคืออะไร

ใช่ครับ มันคือการปฎิวัติวงการเกมจีบสาวนั้นแหละ

ผมจะสรุปให้นะครับ สำหรับไฟล์นี้จะเป็นการอธิบายถึงแผนการเปลี่ยนเกมDDLCแบบกระทันหัน

ซึ่งคนที่ทำและทีมลับเป็นใครนั้นผมเองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าน่าจะเป็น 1 ในทีมงาน 5 คนนี้

(แต่นิสัยเกรียนๆมีพิมพ์5555ด้วย จะไปเฉลยในอีสเตอร์เอ้กสุดท้ายครับ 14.txt)

และทำการเรียกคนในทีมงานของเธอมาคุยกันเรื่องเนื้อหาที่จะเปลี่ยนไปในเกม

โดยจะใส่ความสยอง เช่น พวกบัค ภาพหน้ากลัวๆ หรือ ใส่ค่าการเข้าถึงไฟล์ระดับสูงให้โมนิก้า

ส่วนไอ้การแก้ไขปัญหาของเหล่าสาวๆก็คือการใส่เรื่องราวปูมหลังและล็อกไว้ รอโมนิก้ามาปลดล็อกมัน

เช่น โมนิก้าที่ไปปลดล็อคความยันเดเระของยูริ หรือปัญหาความรุนแรงของนัทสึกิ ซึ่งใน ACT แรกมันไม่มี

แถมอนุญาติให้เราไปลบ-ค้นไฟล์ในคอมเพื่อดูร่องรอยของโมนิก้าที่ทิ้งไว้

และการเฝ้ามองการล่มสล่ายของจักรวาลคือ ตอนจบที่เราลบโมนิก้าทิ้งนั้นเอง แม้จะจบไปแล้วแต่ก็รีเซ็ตใหม่

เพื่อเล่นเกมนี้แล้วมานั่งดูตอนจบของเกมซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ (โครตทรมาณ)

และสุดท้ายพี่แกเลือกที่จะสร้างทีมปลอมๆเพื่อลองลงผลงานชิ้นนี้ดู

แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะต้องการจะซ่อนเรื่องนี้ก่อน

ถ้าทำแล้วมันออกมาเจ๋งก็จะเอาไปให้หัวหน้าดูเพื่อจะเอาไปทำเป็นผลงานของบริษัทได้

ซึ่งชื่อทีมจะใช้ชื่อว่า team salvation

( อันนี้น่าจะเป็นอีสเตอร์เอ้กเล็กๆถึงทีมพัฒนาเกม DDLC จริงๆ ซึ่งทีมผู้พัฒนาเกมDDLC ในชีวิตจริงชื่อว่า

team salvato แต่ในเกมจะเป็นชื่อ team salvation อาจจะเป็นมุกเกรียนๆที่พี่เดนใส่มา หรือจะเป็นเนื้อเรื่องที่อ้างอิงอันนี้ก็ไม่รู้ครับ)

ไอ้เรื่องทีมที่ปฎิวัติวงการเกมนี้มันก็เป็นอีสเตอร์เอ้กที่ตรงกับจดหมายของพี่เดนใน DDLC และถ้าใครเล่นเกม DDLC จบแบบ good ending จะเจอข้อความของพี่เดนประมาณว่า

ผมทำเกมนี้ด้วยความรักและทำให้เล่าเรื่องได้ในแบบที่เกมอื่นทำไม่ได้ โดยใช้แค่รูปแบบเกมที่เหมือนเกมจีบสาวทั่วไป แต่สรุปโดยรวมก็คือ แกเบื่อเกมแนวเดิมๆนั้นแหละเลยแหวกแม่งเลย

อันนี้แชตของพรี่เดนตอนทำเกมไปซักระยะหนึ่ง

พรี่เดน: ฉันอยากให้เพื่อนสมัยเด็กเป็นบ้า แต่ฉันก็คิดที่จะใส่ให้เป็น ฉลาด เป็นนักกีฬา สาวที่ป๊อปปูล่า

เพื่อน: (อะไรไม่รู้อ่านไม่ออก)

พรี่เดน: และฉันก็อยากฆ่าเพื่อนสมัยเด็กด้วย

เพื่อน: ลองเสนอมาดิ

พรี่เดน: ฆ่าแบบประมาณว่า "ฉันอยากจะทำให้ทุกคนมีความสุข" เป็นผู้หญิงที่ใจปั่นป่วน เ ก เ ร

พรี่เดน: โดยเฉพาะถ้าเธอมุ่งมั่นที่จะฆ่าตัวตายละนะ

3.Meeting notes 1.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal ไม่ต้องตั้งค่าเวลา)

เนื้อหาในไฟล์นี้จะสรุปได้ทั้งหมด 4 ประเด็น

1.งานใหม่

-ทดสอบท่าท่างใหม่ของตัวละครเดิม

-การเพิ่มประสิทธิภาพให้เซิรฟ์เวอร์

-การเก็บข้อมูลอัตโนมัติ

2.การแบ่งงาน

-ให้โรไปจัดการเรื่องของ VM2(เกมใหม่)

-ส่วนทุกคนไปรวบรวมข้อมูลของ DDLC

3.ไอเดียในการขุดข้อมูลใน DDLC

-การแสดงภาพ

-ข้อมูลเสียง

-ฉากที่เปลี่ยนไปในVM

- การชักจูงตัวแปรที่มั่นคง(จีบสาวในรูท)และประทับเวลา (การประทับเวลาคือลำดับของอักขระหรือข้อมูลที่เข้ารหัสซึ่งระบุเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น)

-การวิเคราะห์รูปแบบแนวคิดของเกม ไม่ได้ มันใช้ไทม์เซิรฟ์เวอร์มากเกินไป

4.การนัดนอกเวลางาน

เจอกันนอกเวลางาน เธอก็รู้ว่าใครที่ชอบทำงานแบบฉิวเฉียดเป็นประจำ ฉันคงต้องเข้มให้มากกว่านี้ในเรื่องของการตักเตือน

สรุปก็คือ หัวหน้าสั่งงานใหม่มา คือ

ทดสอบท่าทางใหม่ของตัวละครเดิม(การเพิ่มโมเดลเกม)

การเพิ่มความเสถียรให้กับเซิรฟ์เวอร์(การปรับออปติไมค์)

และระบบเก็บข้อมูลอัตโนมัติ(สร้างระบบเก็บCG โดยรวมก็หมายถึงการสร้างเกมใหม่ละครับ)

ซึ่งจะให้โรไปแกะเอาข้อมูลจาก VM2(เกมใหม่) กันต่อไป

และคนในทีมที่เหลือก็ต้องไปเก็บข้อมูลภาพ เสียง ฉาก ตามเก็บทุกรูท และข้อมูลในเหตุการณ์ต่างๆในเกมDDLC ส่วนเรื่องรูปแบบของเกมไม่เก็บไปเพราะมันจะทำให้เซิรฟ์มันทำงานหนัก

และก็นัดกันมาประชุมนอกเวลางานในโลกจริง มาบ่นเรื่องพนักงานที่ชอบทำงานช้าประจำ

ไฟล์ลับภายในเกม (File4 - File8)


DDLC PLUS () image 243
DDLC PLUS () image 244
DDLC PLUS () image 245
DDLC PLUS () image 246
DDLC PLUS () image 247
DDLC PLUS () image 248
DDLC PLUS () image 249
DDLC PLUS () image 250
DDLC PLUS () image 251

4.MES.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/3/4/4 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 8:33 AM or PM)

สรุปคือ บริษัทนี้กำลังเผชิญกับปัญหาด้านการบริหารในยุคๆนี้

แต่ก็เป็นบริษัทที่เต็มไปด้วยคนเก่งๆมากมายก็เลยรอดมาได้เสมอเพราะมีคนเก่งเหล่านี้

และด้วยการแบ่งหน้าที่ชัดเจน พนักงานก็ทำเกมไป ส่วนผู้บริหารก็บริหารไป ไม่เอาไปปนกัน

ส่วนที่ผลงานออกมาดีนั้นก็เป็นเพราะว่า พนักงานจะให้ผู้บริหารส่งแบบเกมที่ต้องการทำมา

แล้วพนักงานจะเอาไปปรุงแต่ง ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับงบที่มี เลยได้ผลงานที่เยี่ยมออกมา

และปิดท้ายด้วยการยอว่า Your in good company

(แต่ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน เพราะฝรั่งเขาก็มักจะเอาไปใช้เป็นคำแสลง ซึ่งสามารถแปลได้ว่า มีความเป็นเพื่อน หรือเป็นมิตร เช่น I enjoyed your company for our trip last weekend = ฉันสนุกมากที่มีคุณเป็นเพื่อนเที่ยวสัปดาห์ที่แล้ว ผมเลยไม่รู้ว่าจะแปลยังไงดี)

( บริษัทนี้พยายามที่จะสร้างเกมที่สมจริงที่สุด ให้มีการเชื่อมต่อกับระบบเวลาเรียลไทม์ การเข้าถึงเกมแบบมัตติเพลเยอร์ เลยคืดว่ามันจะเป็นอีสเตอร์เอ้กเล็กๆที่อิงถึงบริษัทเฟสบุ๊คที่ทำอะไรคล้ายๆอย่างงี้เหมือนกัน แต่จะเป็นความตั้งใจของพี่เดนรึป่าวอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

5.Track 06 name ideas.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/1/2/3 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 4:30 AM or PM)

เนื้อหาตรงนี้สรุปได้ว่า เป็นช่วงเวลาระหว่างที่กำลังสร้างเกมใหม่อยู่

อีฟ 1ในทีมงานก็กำลังคิดชื่อเพลงและหัวข้อไฟล์ที่จะต้องส่งชื่อว่า ปฏิบัติการไม่ใช่แค่เกม(ชื่อแปลกดีนะ)

ซึ่งเนื้อหาของเพลงจะเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม เธอเลยเขียนคำพวกนี้ออกมา

Work Together(ทำงานร่วมกัน)

Discussion Time(ช่วงสนทนา)

Debate time(ช่วงอภิปราย)

Brainstorm(ระดมสมอง)

Listen Up(ตั้งใจฟัง)

Teamwork Time(ได้เวลางานกลุ่มแล้ว)

Let's Discuss(มาปรึกษากันเถอะ)

Let's Teamwork(มาเป็นทำงานเป็นทีมกันเถอะ)

I'll Handle It(ฉันรับมือกับมันเอง)

Leader(หัวหน้า)

Take The Lead(นำทางไป)

Text face names?(หน้าตาข้อความของชื่อ)

(Maybe for another track?)(เอ หรือเอาไปใช้กับอีกเพลงดี)

o3o

0, 3, 0

:3

-w-

ชื่อเพลง Let’s Teamwork! มันจะไปตรงกับเพลงที่ 19 ของเพลงทั้งหมดในเกมนี้ และถือว่าเป็นเพลงที่6ของภาคนี้

6.Meeting notes 2.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/1/3/0 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 9:15 AM or PM)

สรุปคือ ไฟล์นี้เป็นการประชุมแบบลับๆ

โดยมีอีฟ ทีมงานคนหนึ่งทีมีนิสัยทีจริงทีเล่น ร่าเริง เหมือนซาโยริโครตๆ

เพิ่งจะโดนลิป ทีมงานอีกคนหนึ่งดุมา เพราะไม่ค่อยจริงจังกับงาน

ส่วนงานทีให้อีฟไปทำคือทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก DDLC แล้วเอามาทำเป็นสคริป์ของเกมในไฟล์ผู้เล่น

และเพราะโดนดุนี้เอง อีฟเลย(งอน) กะจะแกล้งพิมพ์อะไรโง่ๆตอนเลิกประชุม

(ไอ้ข้อความมั่วๆที่พิมพ์อยู่ด้านล่างของอีฟ jklsdfjklsdafjkjaggsfdjlsdfjk มันคือการพิมพ์ฝึกหัดแบบมาตรฐาน คล้ายๆกับการพิมพ์ หกดเ ่าสว นั้นแหละ และข้อความที่อีฟพิมพ์ก็น่าจะเป็นการเอาคืนหรือระบายอารมณ์ตอนเลิกประชุมนะครับ คล้ายๆกับเรียนออนไลน์กับครูจนหมดชั่วโมง พอครูไปแล้วก็ตะโกนว๊ากๆหรือทำอะไรเกรียนๆใส่ในห้อง(ผมก็ทำครับ555) สิ่งที่อีฟกำลังทำก็คือการ Toxic นั้นแหละครับ)

โอเคมาเข้าประเด็นหลักกันครับ ที่เขาประชุมก็มีทั้งหมด2เรื่อง

เรื่องแรกคือชื่อของตัวแปรหรือก็คือตัวละครเองครับ

มีทั้ง 4 คอมเม้นต์ หัวหน้าถาม ลูกทีมทั้ง 4 ตอบ แต่มันก็ไม่บอกนะครับว่าใครตอบอะไรให้เราเดานิสัยเอาเอง

คนแรกบอกว่า ABCD ก็พอแล้วน่า

คนที่สองบอกว่า 123 ละดีไหม

ส่วนคนที่สามร่ายยาวว่า อย่าใช้ชื่อจริงเลย มีแต่จะทำให้เรายึดติดกับพวกตัวตนจำลองในฐานะสัตว์เลี้ยงซะเปล่าๆ

และคนสุดท้ายตอบสวนคนเมื่อกี้ว่าก็ เพราะยั่งงั้นแหละ พวกเราถึงต้องมานั่งคิดชื่อให้ตัวละครในเกมอยู่ไงละ

ส่วนเรื่องที่สองคือ การจำลองการควบคุม

คนแรกตอบ จะสร้างเกมที่ไม่มีตัวละครที่เข้าถึงไฟล์ได้ใช่ไหม

คนที่สองตอบว่า มันจะทำได้หรอ ตอนนี้ยังทำให้ใกล้เคียงอย่างงั้นไม่ได้เลย

คนที่สามตอบว่า โคลนเกมDDLC มาใช้งั้นหรอ แล้วจะซ่อนการเข้าถึงระดับสูงยังไงไม่ให้พวกตัวละครไปเจอมัน

คนสุดท้ายเลยตอบว่า มันก็ดูยุ่งยากนะ แต่ก็น่าจะทำได้แหละน่า

แล้วก็จบการประชุม

7.Meeting notes 3.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/0/3/0 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 1:58 AM or PM)

เนื้อหาใจความก็ประมาณว่า

เกมใหม่ก็พัฒนาไปได้ดี มีการดัดแปลงไอเดียต่างๆจากเกมแรกเกมเดิม และยังพัฒนามาให้ไม่มีบัคในเกม

(หรือก็คือเป็นDDLCเวอร์ชั่นโมนิก้าเป็นคนธรรมดา เพราะไม่มีระดับอำนาจในการเข้าถึงไฟล์แล้ว)

แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอีกเรื่องนั้นก็คือ ตัวละครที่ 5 ซึ่งทีมงานไม่ได้วาดไว้ แต่ดันมีไฟล์ของมันอยู่ในเกม

และพอไปเช็คในข้อมูลที่ถูกทิ้ง(ไอ้ที่โรไปขุดมาจากทีมอื่น)ก็ไม่เจอร่องรอยว่าทีมอื่นวาดแบบร่างนี้เลย

และสุดท้ายเหมือนจะมีคนหนึ่งหลับขณะประชุม และบ่นออกมาว่า

วันนี้อีฟพูดน้อยจัง ปกติต้องทำอะไรเกรียนๆสิ

อ้าวจบประชุมหรอ กี่โมงแล้วเนี่ย 12.55 (ไม่รู้ว่า PM หรือ AM)

โอ้ยพระเจ้าช่วย

แต่ดูทรงแล้วตัวละครลึกลับน่าจะเป็นเรา(พระเอก)ใน DDLCนั้นแหละ

8.note - insecure directory.txt (อยู่ในโฟลเดอร์ internal ไม่ต้องตั้งค่าเวลา)

เนื้อหาก็สรุปได้ว่า

มีทีมงานคนหนึ่งโดนหัวหน้าสั่งให้ไปย้ายข้อมูลเอาไปไว้ในไฟล์ที่แชร์ไว้เมื่อวันจันทร์แต่มันโดนล็อกไว้

หัวหน้าเลยให้สแครชดิสก์ไป เอาไว้ก๊อปไฟล์ที่แชร์ไว้ใส่แฟลชไดร์แบบใช้แล้วทิ้ง จากนั้นเอาไปเสียบกับทินไคล์เอ็นต์ (มันคือคอมพิวเตอร์แบบง่ายที่ได้รับการปรับให้เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องมีการสำรองข้อมูล เพราะทุกอย่างเก็บบน server ก็เลยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ล็อกไว้ได้)

จากนั้นก็ย้ายไฟล์ใส่ไฟล์ที่แชร์ เสร็จแล้วก็วางทับไฟล์เดิมเท่านี้ก็เรียนร้อย

ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช้ความสามารถอัปโหลดไฟล์ตรงๆไปเลยก็เพราะเรอากำลังไปตั้งค่าตัวพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์(มันคือเซิร์ฟเวอร์ที่อนุญาตให้เครื่องลูกข่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกเก็บเอาไว้ได้ เช่น คุณหัวหน้าอยากดูไฟล์ลิบิทิน่า ก็ต้องขออนุญาติจากเจ้าของเซิร์ฟก่อน แล้วถึงจะดูได้ แต่ถ้าเจ้าของเซิร์ฟเค้าอยากดูไฟล์ของเราก็เข้าไปดูได้เลย อารมณ์เหมือนGMในเกมครับ เขาดูข้อมูลเราได้หมด แต่เราดูข้อมูลGMไม่ได้ต้องขอเค้าก่อน และตอนนี้เรอาก็กำลังไปตั้งค่าอะไรสักอย่างในตัวของพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์อยู่)

เพราะต้องการให้สามารถคุยกันได้สะดวกและทำอะไรได้หลายอย่างโดยที่ไม่ต้องกังวลพวกเบื้องบน

เลยขอให้เก็บทุกอย่างไว้เป็นออฟไลน์จนกว่าเรอาจะตั้งค่าเสร็จครับ

อันนี้คือข้อมูลในสแครชดิสก์

ไฟล์ลับภายในเกม (File9)


DDLC PLUS () image 324

9.14 (อยู่ในโฟลเดอร์ internal/5/0/1 ต้องตั้งค่าเวลาเป็น 2:14 AM or PM.)

ไฟล์นี้เป็นไฟล์สุดท้ายของอีสเตอร์เอ้ก และผมคิดว่านี้เป็นไฟล์ล่าสุด

ซึ่งสรุปใจความไฟล์ได้ว่า อีฟกับพอลล่า(หัวหน้าทีมของเราเองละ)เคยเป็นเพื่อนกันในมหาลัยมาก่อน

และก็ไม่ได้มีความสามารถดีเด่นอะไรเลยแต่ปัจจุบันก็ต้องมาก้าวเป็นผู้ใหญ่

ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่าง และโดนกดดันจากหลายๆคน จนเขาเป็นโรคความเครียดสะสม

และพี่แกก็บ่นอีกว่ามันยากที่เชื่อว่ามีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นใน ปีเดียว

(นั้นหมายความว่า ทีมพี่แกสร้างDDLC เสร็จมาก่อนแล้วต้นปี

แต่สุดท้ายแผนเปลี่ยนเพราะคนๆเดียวที่ไปยัดเรื่องน่ากลัวมาใส่แล้วเอาไปให้เบื้องบนดูอีกที(จากไฟล์ project plan)

ซึ่งก็ไปตรงกับช่วงเวลาเดียวกันที่อีกทีมกำลังพัฒนาโปรเจคลิบิติน่าอยู่

และก็เป็นไปได้ว่าทีมลับที่แอบตั้งไว้ในการก่อกบฏไม่ได้มีแค่ในทีมเดียว

อาจจะไปแฝงอยู่ในทีมอื่นและมีการใช้แผนเดียวกับที่ใช้ในเกมDDLC ซึ่งส่งผลต่อเนื้อหาเนื้อหาในโปรเจคลิบิทิน่า

ในปัจจุบันทางบริษัทเองก็กำลังเผชิญกับปัญหากับการบริหารที่ห่วยจนลูกน้องกลายเป็นคนนำแทน

และทางรัฐบาลเริ่มจับตามองบริษัทนี้อย่างจริงจัง

เพราะเนื้อหาในเกมเริ่มโหดร้ายและไร้ศีลธรรมมากเกินไป เลยสั่งให้มีการควบคุมเกมหลายอย่าง

ก็เลยทำให้หัวหน้าทีมเราเครียดหนักมาก) จากนั้นก็ย้อนความไปช่วงสมัยเรียน

เรื่องแผนแกล้งตายเพื่อเลิกกับแฟน และขอบคุณอีฟที่มักจะคอยช่วยระงับความคลั่งของเค้าเวลาโดนดูถูก

แถมยังปลอบใจอีกว่า And that things will always be okay (แปลว่า และเรื่องเหล่านั้นทั้งหมดจะไม่เป็นไร คำนี้ซาโยริเคยพูดใน DDLC และโมนิก้าก็เคยพูดเหมือนกันในSide storyนะครับ)

อีฟเป็นคนทีมีนิสัยเอาแน่เอานอนไม่ได้ ขนาดเพื่อนสนิทอย่างพอลล่าที่เป็นหัวหน้ารู้จักกันมานานก็ยังเดาไม่ออกเลย (to this day I can never tell how serious or joking you are about things...or life in general.. = จนถึงทุกวันนี้ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าคุณจริงจังหรือล้อเล่นรึป่าวเกี่ยวกับเรื่องต่างๆของคุณ หรือเรื่องในชีวิตประจำวัน).

และพอทั้งสองจบมาก็ทำงานที่บริษัท metaverse enterprise solutions

เพราะพอลล่าอยากมาทำงานประจำที่นี่ แม้เค้าจะกากแต่ก็ใต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าโครงการ (maneger project)

คอยรับผิดชอบหลายๆอย่าง ส่วนอีฟได้เป็นวิศวะกรระดับสูง(senior engineer) จากนั้นก็พูดถึงอีฟประมาณว่า

“อีฟ เธอนะเป็นแรงบันดานใจให้ฉันอยู่เสมอ ไม่ว่าฉันจะล้มเหลวมากซักแค่ไหนฉันก็จะปีนกลับขึ้นมาขึ้นมาเสมอ

ฉันนะอยากจะคืนให้เธอมากกว่านี้ สิ่งที่เธอทำให้ฉันมันมีค่ามากกว่าที่ฉันจะตอบแทนได้

เพราะงั้นฉันเลยยอมยกทุกอย่างที่ดีที่สุดที่ฉันมีให้แก่เธอ

ฉันรักเธอและจะรักตลอดไป จนกว่าพวกเราจะเผชิญจุดจบของโลกไปด้วยกัน

เป็นความปราถนาในอีก 14 ล้านปีของมิตรภาพ (ต้นฉบับมันให้มาว่า Wishing for another 14 million years of friendship. ผมไม่รู้จะแปลยังไงใครรู้รบกวนบอกด้วยครับ)

ด้วยความรักนิรันดร์ พอล่า)”

ซึ่งถ้าอ่านผมถึงจุดนี้ก็คงจะเดาได้ละว่าเกิดอะไรขึ้น

ใช่ครับ พี่พอลล่าของเราเขาหลงรักอีฟข้างเดียวครับแบบหัวปักหัวปำเลย

ก็มันน่าแปลกไหมครับไม่ว่าอีฟจะทำเรื่องเลวร้ายแค่ไหนหรือกวนส้นตีนคนในทีมมากเท่าไหร่

แต่หัวหน้ากลับไม่บ่นซักคำ แถมยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นพวกนั้นด้วยเรื่องงาน

แต่ว่าก็ไม่ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ให้ทีมรู้

และจากที่ผมเดานะ อีฟเนี่ยแหละน่าจะเป็นคนกบฎ ซึ่งตามในชีวิตจริงแล้ว

ถ้าคุณเป็นลูกน้องแล้วมาแอบยัดอะไรแปลกๆที่ไม่เกี่ยวกับงานลงไปเนี่ยก็คงโดนด่าไปแล้ว

แต่อันนี้หัวหน้ากลับเอาด้วย แถมเอาไปเสนอกับเบื้องบนจนกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง

ขนาดการกำหนดหน้าที่ของอีฟยังเขียนติดด้านหลังเลยครับว่า why not ที่แปลว่าทำไมจะไม่มีเธอละ

และมีแค่เธอคนเดียวที่ไปพักร้อนได้ในขณะที่คนอื่นต้องมาเร่งงานเพราะVM2(โปรเจกค์ลิบิทิน่า)

เท่านี้ก็รู้แล้วละครับว่าพอลล่ายอมทุกอย่างให้อีฟจริงๆไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

สรุปเนื้อเรื่องในDDLC PLUS


DDLC PLUS () image 364

เนื้อเรื่องที่ผมจะสรุปนี้ก็เป็นเพียงความคิดของผมเอง และอาจจะมีทฤษฏีอื่นที่แม่นยำกว่าผมก็ได้

เพราะฉะนั้นจะเชื่อผมหรือไม่ก็แล้วแต่คุณนะครับ ผมไม่บังคับ

โดยผมจะแบ่งการสรุปเป็นสองเรื่อง

1.เนื้อเรื่องของทีมงาน

2.ตอนนี้โมนิก้าเป็นไงบ้าง

เพื่อทำให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดใน DDLC PLUS ยิ่งขึ้น

1.เนื้อเรื่องของทีมงานฉบับละเอียด

ถ้าให้เรียงไทม์ไลน์ของเรื่องทีมงาน ก็น่าจะเป็นอย่างงี้นะครับ

01 secret :project plan

02 secret :DDLC

03 mail :01 Let's move on

04 mail :02 Binary data in VM2?

05 mail :03 Issues caused by unprotected memory

06 secret :Meeting note 1

07 secret :note - insecure directory

08 mail :04 Re: Ethics

09 secret :MES

10 mail :05 Staying focused on our goals

11 secret :name ideas

12 mail :06 omg

13 secret :Meeting note 2

14 mail :07 Character discrepancy

15 secret :Meeting note 3

16 mail :08 Side Stories

17 mail :09 Have a nice weekend!

18 secret :14

เริ่มที่ต้นปี 2019 ทางบริษัท metaverse enterprise solutions มีเป้าหมายที่จะสร้างเกมที่เสมือนจริงมากๆ

จึงได้สั่งให้ทีมของเราทำเกมๆหนึ่ง ที่เป็นการจำลองการใช้ชีวิตตั้งแต่ตัวละครไปยันสภาพแวดล้อม

โดยเรียกโครงการสเกลเล็กนี้ว่า VM1

และให้อีกทีมหนึ่งไปสร้างเกมเหมือนกัน แต่เป็นสเกลที่ใหญ่กว่าโดยเรียกโครงการนั้นว่า VM2

โดยทีมของเรามีคนทั้งหมด 5 คน ได้แก่

1.พอลล่า ไมน์เนอร์ หัวหน้าโครงการ/หัวหน้าทีม

2.โร ทีตเตอร์ วิศวะกรระบบ

3.ราวี่ ราโซ วิศวะกรระบบ

4.ลิป มูซี่ วิศวะกร

5.อีฟ ลาสเตอร์ วิศวะกรระดับสูง

และรายละเอียดในงานของ VM1(จากนี้ไปจะเรียกมันว่าDDLCนะครับจะได้ไม่งง) คือ

เป็นวรรณกรรม มี4ตัวละคร ขนาดเกมที่ไม่ใหญ่มาก และสร้างกล่องข้อความ(หน้าต่าง)ขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูล

ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกมจีบสาวปกติทั่วไปยังไม่มีอะไรแปลก

แต่พอผ่านไปซักระยะหนึ่ง การกบฏก็ได้เริ่มขึ้น

อยู่ๆ อีฟ ลาสเตอร์ได้ทำการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางอย่างในเกม

ซึ่งเธออ้างว่าที่ทำไปก็เพื่อให้เกมมีลูกเล่นอะไรใหม่ๆและสนุกมากยิ่งขึ้น

แถมยังรู้สึกเสียดายซะอีกที่สร้างเกมนี้ขึ้นมาแต่กับไม่ใช้เวลาไปกับมันได้เต็มที่

โดยเนื้อหาที่แก้ไขและไปเปลี่ยนมีดังนี้

1.ความหลอน 5-6 ชั่วโมง กับเหล่าสาวๆ

2.แก้ไขวิกฤตกับปัญหาของเหล่าตัวละครและจัดการเกมของคุณ

3.มาเป็นสักขีพยานแห่งการล่มสล่ายของเกมนี้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

555555 สิ่งนี้มันจะต้องเจ๋งมากแน่ๆ (อีฟพูดยังงี้จริงๆ)

หนำซ้ำเธอยังแอบตั้งทีมลับซ้อนทีมลับไว้อีกต่างหาก

เป็นการพิจารณาว่าพวกเธอทุ่มเทจริงๆกับงานๆนี้ให้กับบริษัท metaverse enterprise solutions

และเธอยังมีแผนที่จะตั้งชื่อทีมงานและทุกอย่างปลอมๆเพื่อลองปล่อยเกมนี้ออกไปสู่สาธารณะ

แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะต้องการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

ส่วนชื่อที่จะตั้งนั้นก็น่าจะเป็น team salvato ไม่งั้นก็ team salvation ละมั้งครับ

หลายเดือนต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น DDLC ก็มีการปล่อยออกมาสู่สาธารณะกัน ในนามของ team salvato

แต่เวลาผ่านไปเกมมันดังมากๆ สุดท้ายเลยเอาผลงานนี้ไปให้เบื้องบนดู

และย้ายผลงานเข้าไปอยู่ในนามของบริษัท metaverse enterprise solutions

(ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าพรี่เดนแกตั้งใจจะทำเป็นอีสเตอร์เอ้กถึงทีมแกนะ

ก็แปลกดีนะครับเพราะในชีวิตจริงตอนลง DDLC ภาคแรก ผู้จัดจำหน่ายยังเป็น team salvato

แต่พอเป็นภาคถัดไปกลับมีบริษัท Serenity Forge มาเป็นผู้จัดจำหน่ายแทน

เมื่อเวลาผ่านไปก็จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน นั้นคือ เรอา วอลเท่ร์(และอาจจะเป็นนาตาชาของอีฟอีกที)

และต่อมา ในวันที่ 1 ธันวาคม 2019 หัวหน้าทีมได้ขอให้เราสนใจงานใหม่บ้าง

เพราะทีมงานเราก็เอาแต่ไปหมกมุ่นอยู่กับ DDLC

(ตั้งแต่นี้ไปจะไม่มี DDLCเวอร์ชั่นปกติแล้วนะครับ ผมจะเรียกเวอร์ชั่นหลอนไปแล้วว่า DDLC เหมือนเดิมจะได้ไม่งง) ทั้งๆที่รวบรวมข้อมูลมาได้เกือบทั้งหมดแล้ว

ซึ่งน่าจะเป็นเพราะการเข้าถึงไฟล์ของ DDLC ที่ง่ายโครตๆ ลูกทีมเลยไปวุ่นกับตัวเกมได้ง่าย

แต่เกมมันก็ยังไม่สมจริงมากพอสำหรับลูกค้าที่มีการเข้าถึงไฟล์ที่ใกล้เคียงกับ "Monitor Kernel Access"

(พูดง่ายๆก็คือสำหรับลูกค้าที่เก่ง และมีความสามารถเข้าถึงไฟล์ของเกมได้

ดั่งสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้า เกมนี้มันก็แค่แบบฝึกหัดป.2

สังเกตุได้ว่าจะเป็นอีสเตอร์เอ้กเล็กๆถึงการม๊อดเกม DDLC

เพราะปัจจุบันก็มีคนเก่งๆเจาะไฟล์ DDLC แล้วเอาไปยำ ทำเป็นม๊อดใหม่ๆเช่น

DDLC Summertime ,DDLC Blue skies ,DDLC normal vn อะไรประมาณนี้ )

แต่ตอนนี้ต้องให้หยุดไว้ก่อนแล้วมาสนใจงานใหม่ที่ต้องทำคือ การเชื่อมต่อ VM1 กับ VM2 ให้เสถียรกัน

ในขณะที่ยังดูแลระบบการเชื่อมต่อกับทุกคนในเกมได้อยู่ ซึ่งวิธีเชื่อมก็คือต้องโยงกับตัวแปรหรือก็คือ

เอาตัวละครที่สร้างในเกม DDLC เชื่อมเข้ากับตัวละครในเกม VM2 แล้วถ่ายโอนข้อมูลจาก DDLC ไป VM2

และสร้างการเชื่อมต่อของคนหลายๆบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน เสมือนเป็นโลกออนไลน์

แม้จะเป็นวิธีที่ประหลาดแต่หัวหน้าก็เอาด้วยเพราะถ้าทำได้จริง

เกม DDLC ของพวกเค้าจะเสถียรและก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เลยส่ง โร ทีตเตอร์(วิศวะกรระบบ) ไปช่วยทีมที่2 ในการสร้างการเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 VM

และทำให้มีเอกสารมากมายหลุดมาให้หัวหน้าดู เลยทำให้หัวหน้ารู้ว่าโปรเจกต์ VM2 นั้น

มีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า Project Libitina (โปรเจกต์ลิบิทิน่า) และก็เป็นอย่างที่ผมกล่าวมาแหละครับ

เขาได้สร้างตัวเชื่อมต่อที่อ่านข้อมูลบางส่วนที่แกะรหัสมาจากเลขฐานสองในฐานข้อมูลของลิบิทิน่า

และไปสร้างโปรแกรมตัวหนึ่งที่ชื่อ TEST VM เอาไว้ดูไฟล์ที่ไปแกะมาจาก VM2

(จากนี้ไปจะเรียกมันว่า Libitina นะครับจะได้ไม่งง)

ต่อมาในวันที่ 3 ธันวาคม 2019 ราวี่ ราโซ(วิศวะกรระบบ)

ก็มาแอะใจกับวิธีการเชื่อมต่อกันระหว่าง DDLC กับ Libitina ที่หัวหน้าเคยคิดและทำไว้

ว่าทำไมตอนเชื่อมต่อกัน เกม DDLC ถีงสร้างไฟล์ขึ้นมาเองได้

เลยไปค้นหาในไฟล์เกม DDLC ดูเผื่อจะเจอข้อมูลหลุดแต่ก็ไม่พบอะไรเลย

ราวี่ ราโซเลยสันนิฐานว่าอาจจะเกิดจากใช้วิธีนี้เชื่อมต่อกันนั้นแหละ

แต่ไฟล์ในเกม Libitina ที่ปล่อยออกมามันไม่ได้ถูกปิดหรือเซ็ตให้เป็น 0 ไว้

ตัวแปรที่ใช้เชื่อมต่อกับ DDLC อาจจะเข้าถึงไฟล์และเก็บมันไปได้

(ใครงงเดี๋ยวผมจะเปรียบเทียบกับเรื่องสมมุติให้อาจจะเข้าใจมากขึ้น

สมมุติว่า มีท่อน้ำ2ท่อ ท่อด้านซ้ายคือใส่หิน(DDLC) ท่อด้านขวาคือใส่ขวด(Libitina)

แล้วให้ท่อซ้าย(DDLC)เปิดฝาท่อและปล่อยหินทั้งหมดลงกลางสระ(ข้อมูลรวม)

แล้วก็ย้ายหิน(DDLC)ที่อยู่กลางสระไปใส่ท่อด้านขวา(Libitina)

แต่ก็ดันซวย เพราะคนที่ย้าย(ตัวแปร)ก็คือโมนิก้าที่ดันไปเปิดท่อที่2

แล้วขวดก็หลุดออกมาจากท่อ(หมายถึงข้อมูลไม่ได้ถูกเซ็ตเป็น0)

โมนิก้าเลยหยิบขวดบางขวดติดมือไปด้วย(ในทางเทคนิคแล้วDDLC สามารถเข้าถึงไฟล์ได้)

ทีนี้ผู้ดูแลสังเกตุว่าทำไมมีอะไรนูนๆขึ้นมาบนตัวของโมนิก้า(DDLCสร้างไฟล์ขึ้นมา)

ผู้ดูแลเลยมาเช็คเสื้อผ้าของโมนิก้าดู(ราวี่ เข้าไปเช็คในไฟล์ของ DDLC)

แต่ก็ไม่พบอะไรเพราะโมนิก้าย้ายขวดเอาไปซุกไว้ในผมตนเอง(จำกันได้ไหม ก็ที่ไฟล์ของโมนิก้าสามารถเอาไปแปลหลายวิธีจนได้ไฟล์ทดลองของลิบิทิน่าและข้อความจากโมนิก้าที่มาขอร้องให้เราช่วยหยุดมันไง) )

ดังนั้น DDLC จึงสามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทุกครั้งที่ใช้วิธีนี้

ราวี่ ราโซเลยอาสาจะไปแก้ไขมันให้ เลยอยากให้ทุกคนช่วยดูหน่อยว่ามีอะไรแปลกๆบ้างรึป่าว

และในวันเดียวกันนี้เอง หัวหน้าก็มาสั่งงานใหม่และจัดการงานเก่าต่อโดยไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นที่ราวี่เตือนเลย

ในเรื่องของงานใหม่นั้นก็คือ การทดสอบท่าทางใหม่ๆของเหล่าตัวละคร การเพิ่มประสิทธิภาพให้เซิรฟ์ ระบบเก็บรวบรวมข้อมูลอัตโนมัติ และสุดท้ายคือการย้ายข้อมูล(DDLC)ไปยังไฟล์ที่สร้างไว้เมื่อวันจันทร์

(จุดนี้เองราวี่ เคยเตือนเรื่องความมักง่ายที่ใช้วิธีการแชร์ไฟล์เพื่อประหยัดเวลากับต้นทุนแล้ว

เพราะข้อมูลมันจะหลุดไปมาระหว่าง 2 เกม แล้วอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเกมเอาได้

เลยแนะนำให้แยกเป็นเกมๆไปแต่หัวหน้าไม่ฟังนะครับ)

แล้วหัวหน้าก็มาชี้แจงงานเก่าต่อคือ

ให้โรไปจัดการกับปัญหาทุกอย่างใน Libitina และให้ทุกคนที่เหลือไปหาข้อมูลในDDLCที่จะสามารถเอามาประยุกต์ใช้สร้างเกมใหม่ที่คิดไว้ ก็จะมี เสียง ฉาก อีเว้นท์ในรูทต่างๆ และข้อมูลในเหตุการณ์ต่างๆในเกม

ส่วนเรื่องรูปแบบของเกมไม่เก็บไปเพราะมันจะทำให้เซิรฟ์มันทำงานหนัก

และสุดท้ายก็นัดกันมาประชุมนอกเวลางาน

เพราะมีพนักงานคนหนึ่งที่ชอบทำงานแบบฉิวเฉียวเป็นประจำหัวหน้าเลยตั้งใจว่าจะต้องเข้มงวดเรื่องนี้ให้มากกว่านี้

ต่อมาผ่านไปกี่ชั่วโมงไม่รู้แต่วันเดียวกันนี้แหละ

ก็มีพนักงานคนหนึ่งหาข้อมูลในส่วนที่หัวหน้าสั่งให้หามาเสร็จแล้วเลยจะส่งในไฟล์แล้ว

แต่หัวหน้ามาห้ามซะก่อน แล้วให้สแครชดิสก์มา เอาไว้ก๊อปไฟล์ที่แชร์ไว้ใส่แฟลชไดร์แบบใช้แล้วทิ้ง

จากนั้นเอาไปเสียบกับทินไคล์เอ็นต์ จากนั้นก็ย้ายไฟล์ใส่ไฟล์ที่แชร์เสร็จแล้วก็วางทับไฟล์เดิม

เพราะเรอากำลังไปตั้งค่าตัวพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์

เพื่อที่จะทำให้สามารถคุยกันได้สะดวกและทำอะไรได้หลายอย่างโดยที่ไม่ต้องกังวลพวกเบื้องบน

เลยขอให้เก็บทุกอย่างไว้เป็นออฟไลน์จนกว่าเรอาจะตั้งค่าเสร็จครับ

เนื้อเรื่องของทีมงานฉบับละเอียด(ต่อ)

ต่อมาในวันที่ 4 ธันวาคม 2019 หัวหน้าเราหัวเสียเรื่องของ

ทีมเราโดนบังคับให้ใส่โค้ดศีลธรรม จริยธรรม อะไรพวกนี้ด้วยลงไปในเกมที่ทำไปแล้ว และเกมที่กำลังจะทำด้วย

โดยเป็นฝีมือของรัฐบาลที่บีบให้บริษัทจำใจต้องยอมทำ หัวหน้าเลยบ่นในเมล์ไปว่า

“ทำไมเราต้องทำอะ งานเราก็ไม่ใช่ ถ้ารัฐบาลอยากทำก็ต้องทำเอง หลังจากงานพวกเรามันเสร็จไปแล้ว

พวกเราเป็นวิศวะนะไม่ใช่นักปรัชญา คำคม วิถีชีวิต

เอาตรงๆนะ ไอ้เรื่องศีลธรรมมันก็คืออารณ์ด้านลบของเรา อย่างความสงสาร ความเศร้า ความโกรธ

ที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกแทนสิ่งมีชีวิตที่มีมือมีตีนคล้ายเราเองนั้นแหละ

เราก็ไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายศีลธรรมห้ามฆ่าพืชหรือแบคทีเรียเลย

สุดท้ายไอ้เรื่องศีลธรรรมมันก็แค่เรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้ความเข้าใจของมนุษย์ก็เท่านั้นเอง

ไอ้มนุษย์ ใน VM(เกม) ที่พวกเราสร้างขึ้นมาแค่ตัวตนก็ไม่เหมือนพวกเราแล้ว

เพราะงั้นก็ช่างหัวมันไปเถอะ เพราะยังไงมันก็เป็นเพียงแค่บอทที่กำหนดค่าสถานะให้รู้สึกเศร้าใจก็เท่านั้น”

จากตรงนี้ก็เห็นได้ว่าคุณพอลล่า หัวหน้าเรามีนิสัย อารมณ์ร้อน โกรธง่าย

โทษแต่คนอื่นไม่โทษตนเอง ไม่แคร์ความรู้สึกของใครยกเว้นคนที่ตนเองรัก ง่ายๆก็นิสัยเหมือน ตู่ นั้นแหละ

เพราะมีนิสัยอย่างงี้แกคล้ายกับฟลาววี่มาก คือ มันก็แค่เกม จะไปสนใจมันทำไม

ทุกอย่างมันก็แค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาและกำหนดค่าเอาไว้อยู่แล้วอะไรประมาณนั้น

และในวันเดียวกันนี้เองหัวหน้าก็เอาปัญหาเรื่องนี้ไปสอบถามความเห็นจากเหล่าผู้บริหารประมาณว่า

ท่านอยากจัดการกับปัญหานี้ยังไงว่ามาเลยครับ

เดี๋ยวท่านเราจะเอาความเห็นท่านมาปรับเป็นแผนให้เข้ากับความสามารถกับงบที่บริษัทเรามี

จากนั้นเราก็จะนำไปปรับใช้เอานะครับ และด้วยการใช้วิธีอย่างงี้แหละบริษัทเลยรอดมาได้เสมอ

เพราะตอนนี้บริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาด้านการบริหารในยุคนี้

แต่ยังดีที่มีพนักงานที่เก่งและเข้าใจปัญหาทุกอย่างแค่บอกมาว่าอยากได้ยังไง

แล้วพวกผมจะไปจัดการให้เองโดยไม่ต้องผ่านคนกลางหรือต้องจ้างคนเพิ่ม

การใช้วิธีนี้จะช่วยประหยัดต้นทุนระยะยาวไปได้ตั้ง 30%

(พูดง่ายๆมันก็เหมือนคุณไปเหมาผลไม้ที่สวนมันจะถูกกว่าที่พ่อค้าคนกลางเอามาขายนั้นแหละ

วิธีที่บริษัทนี้เอามาใช้ก็เหมือนกัน แม้ราวี่จะเตือนว่ามันจะส่งผลต่อเกมก็เถอะ)

ซึ่งหลังจากได้ความเห็นมาแล้ว

วันต่อมาในวันที่ 5 ธันวาคม 2019 หัวหน้าก็จะส่งความเห็นของเหล่าผู้บริหารมา และขอให้ปรับหรือสร้างเกมใดๆให้ตอบโจทย์กับคำถามเหล่านี้

1.การที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงไฟล์ในเกมได้ ส่งผลต่ออารมณ์ของผู้เล่นยังไง

2.การที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงไฟล์ในเกมได้ ส่งผลต่อจิตใจกับเป้าหมายของผู้เล่นยังไง

3.หากมีเซียนเกมรักเทพนักจีบเข้ามาเล่นเกม จะไปเปลี่ยนเนื้อหาภายในเกมได้ยังไง

4.การที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงไฟล์ในเกมได้จะถูกใช้เป็นอาวุธได้ยังไง

5.การกระทำและความชอบอะไรที่ทำให้เกมพังมากที่สุด

6.และที่สำคัญ แผนของพวกเราจะเอาไปปรับใช้กับเกมได้ยังไง

7.แถม สุดท้ายแล้วเราจะนำเสนอสิ่งนี้ไปให้ผู้บริหารดู ในฐานะผลงานที่มีประโยชน์ได้ยังไง

แต่ก็อย่างที่เรารู้กันนะครับว่าทีมงานนี้มันไม่ค่อยมีคนปกติกันซักเท่าไหร่

และผมไม่คิดว่าอีฟ ลาสเตอร์และทีมลับของเธอจะยอมทำตามด้วย

เพราะงั้นเธอเลยไปเปลี่ยนเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องให้กลายเป็นสีชมพูประชดมันซะเลย

แม้หัวหน้าจะขอร้องให้เปลี่ยนกลับแต่เธอก็ไม่เปลี่ยน หัวหน้าก็ไม่กล้าว่าอะไร

(และกลายมาเป็นทีมสีชมพูที่อยู่ในเกม DDLC PLUS จนถึงทุกวันนี้)

และในวันเดียวกันนี้เอง อีฟก็กำลังทำงานใหม่ตามที่หัวหน้าสั่งให้ไปทำอยู่เรื่องของการไปเก็บข้อมูลในเกม DDLC

เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้ในการสร้างเกมใหม่ที่หัวหน้าสั่งมา

เธอก็เลยเขียนไฟล์หนึ่งขึ้นมาที่มีชื่อ ไม่ใช่แค่เกม

และเนื้อหาด้านในก็มีแค่แนวคิดของชื่อเพลงที่แต่งขึ้นมากับการพิมพ์อีโมจิเล่นๆของเธอเท่านั้น

และในวันต่อมาวันที่ในวันที่ 6 ธันวาคม 2019 อีฟ ลาสเตอร์ก็เมลมาถามว่า

ใครกันที่เป็นคนสร้างทวิตเตอร์ให้โมนิก้า มันก็ดูฮาดีนะ แต่อย่าเอาไปบอกหัวหน้าละกัน

แล้วก็มีการอ้างอิงถึงไฟล์ DDLC.TXT

(ซึ่งเป็นไฟล์ที่บันทึกเหตุการณ์การก่อกบฏ ที่อีฟไปเปลี่ยนไฟล์เกม จนเกมธรรมดากลายเป็นเกมสยองขวัญเข้า)

และก็ถามถึงคนทำอีกว่าจะรีทวิตเตอร์ของโมนิก้าเองหรือจะไปเขียนโค้ดพังกำแพงที่4ไปเกรียนชาวบ้านอีกดี

แล้วคำถามสุดท้ายคือทวิตเตอร์คือโปรแกรมจำลองเหตุการณ์หรือสังคมหรือป่าว

และจากเนื้อหาในเมลนี้ก็ทำให้รู้ว่า ในทีมของหัวหน้า ยังมีทีมงานคนหนึ่งที่แอบเคลื่อนไหวแบบเงียบๆและไม่ได้เป็นพวกเดียวกับอีฟ แค่ทำตามใจของตนเองเท่านั้นเพิ่มอีกคนหนึ่ง

และในวันเดียวกันนี้เองก็มีประชุมลับเกี่ยวกับเกมใหม่ที่จะสร้างขึ้นมาอีกด้วย

โดย ลิป มูซี่ จะเข้ามารวบรวมงานที่หัวหน้าสั่งให้ทำไว้จากทุกคน

คืองานทดสอบท่าทางหรือการกระทำใหม่ๆเพื่อที่จะได้เอาไปทำเป็นสคริปของผู้เล่นในเกมใหม่ที่คิดไว้

แต่ลิป มูซี่ ไม่ค่อยพอใจกับอีฟเท่าไหร่เพราะไฟล์ของเธอก็มีแต่แนวคิดชื่อเพลงกับพิมพ์อีโมจิเล่นเท่านั้น แน่นอนว่าอีฟก็ไม่พอใจกับลิป มูซี่เหมือนกัน อีฟเลยกะว่าจะรอหมดประชุมแล้วจะพิมพ์มั่วๆระบายอารมณ์ หัวหน้าเลยมาระงับอารมณ์ทั้งสองด้วยการถามเรื่องงานแทน

อย่างชื่อของตัวละครเอาเป็นอะไรดี

คนแรกก็บอกว่า ABCD ก็ใช้ได้ละ

คนที่สองก็บอกว่า 123 ดีไหม (ทำไมขี้เกียจจังวะ)

แต่พอมาเป็นคนที่สามเขาก็มาอธิบายว่าการตั้งชื่อจริงให้ในเกมก็รั้งแต่จะสร้างความผูกพันธ์ซะเปล่าๆ อย่าหาทำ

คนที่สี่เลยมาตอกกลับว่า ก็เพราะอย่างงั้นไงตอนนี้ทุกคนเลยมานั่งคิดชื่อโง่ๆให้ตัวละครพวกนี้กันอยู่

หัวหน้าเลยเบรกด้วยหัวข้ออื่นต่ออย่าง การสร้างคอนโทรล ซิมูเรชั่น (หรือก็คือเกมที่จะสร้างนี้แหละ)

คนแรกก็บอกมาเลยว่า สร้างเกมที่ไม่มีตัวละครที่มีสิทธิการเข้าถึงไฟล์ดีไหม(พูดง่ายๆก็คือ สร้างเกมที่โมนิก้าไร้พลัง)

คนที่สองก็ตอบมาว่า ไม่น่าจะได้นะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับที่ว่ามาเลย

คนที่สามเลยบอกว่า งั้นถ้าก๊อป DDLC มาประยุกต์ใช้ละ ทุกอย่างเหมือนเดิมแต่จะซ่อนให้พ้นมือของโมนิก้ายังไงหว่า

คนที่สี่เลยตอบกลับมา เหมือนจะยุ่งยากนะแต่ก็น่าจะได้

และพอหาข้อสรุปได้ว่าจะโคลน DDLC มาดัดแปลงเป็นเกมใหม่ใช้อีกรอบ

หัวหน้าก็ตัดประชุมทันทีว่า เจอกันนอกเวลางาน

หลังจากนั้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2019 หลังจากที่ประชุมกันเสร็จ

ลิป มูซี่ได้รวบรวมไฟล์จากทุกคนแล้ว จากนั้นก็ทำการโคลนเกม DDLC แล้วลองเล่นไปซักพักหนึ่ง

เพื่อที่จะศึกษาวิธีถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์ระดับสูงออกจากโมนิก้า

ลิป มูซี่เลยจำเป็นที่จะต้องมานั่งศึกษาพฤติกรรมของโมนิก้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพราะฝีมือของโมนิก้าที่แทรกแซงไฟล์ภายในเกมนั้นเก่งกว่าที่ทีมงานคาดไว้

ตั้งแต่โมนิก้าไปลบตัวละครอื่น ไปยันสร้างตัวละครหรือCGของเธอเพื่อคุยกับผู้เล่น

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตัวละครแต่ละตัวถึงมีขอบเขตและนิสัยที่ต่างกัน

และสุดท้ายลิป มูซี่จะก็เปิดประเด็นและติดตามเรื่องผิดปกติของตัวละครนี้ดู

พอผ่านไปซักพักก็เริ่มมีคนในทีมมาช่วยแก้ไขเรื่องนี้ให้

และเมื่อเวลาผ่านสักระยะหนึ่งก็ทำการจัดประชุมใหม่เรื่องของความคืบหน้าของเกมใหม่

โดยมีทีมงานคนหนึ่งได้ลองเล่นเกมที่ไปปรับปรุงมาให้ดู

ก็มีทีมงานมาเปรียบเทียบ เรื่องตอนจบของเกมใหม่นี้กับ ตอนเริ่มเกม DDLC

(คืองี้ เกมใหม่ที่มันสร้างมาจะเป็นเหตุการณ์ว่า ถ้าโมนิก้าไม่มีพลังและไม่มีเราเข้าชมรมโลกของเกมจะเป็นยังไง

แล้วตอนจบก็มีแค่4สาวที่ช่วยกันจนก่อตั้งชมรมได้เท่านั้น ซึ่งถ้าเราเอาไปเชื่อมต่อกับเหตุกาณ์ในตอนเริ่มเกม DDLC คือเราเข้าชมรมวรรณกรรมที่มี4สาวที่อยู่ในชมรม เนื้อหามันก็จะต่อกันได้พอดี )

แต่ว่ามีทีมงานคนหนึ่งไปเจอตัวละครที่ห้าเข้าซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้

ทีมงานไม่เคยวาดแต่มันมาได้ไงก็ไม่รู้ แม้แต่ในถังขยะข้อมูลก็ยังไม่มีร่องรอย

และมีทีมงานคนหนึ่งหลับขณะประชุม แต่ก็ได้สังเกตุว่าวันนี้อีฟก็ดูแปลกไป

เพราะวันนี้ไม่พูดมากหรือเกรียนคนไปทั่ว (อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีฟเป็นอะไร)

ซึ่งในวันต่อมาวันที่ 8 ธันวาคทม 2019

เรอาวอลเท่ร์ ก็ได้ขอบคุณทุกคนที่ทำงานจนเสร็จ

โดยเฉพาะส่วนที่ยากที่สุดคือเอาสิทธิการเข้าถึงไฟล์ระดับสูงไปซ่อนไว้ไม่ให้โมนิก้าไปเจอในขณะที่กำลังเล่นเกมอยู่

โดยเกมที่ไปโคลน DDLC มาจะถูกเรียกว่า Side Story เป็นอีกจักรวาลหนึ่ง ว่าถ้าไม่มีพระเอกเกมจะเป็นยังไงต่อ

ก็พบว่าตัวละครระหว่าง Side Story กับ DDLC มีการใช้ชีวิตและเหตุการณ์ที่ต่างกัน

และน่าจะเกิดจากการไปถอดสิทธิของโมนิก้าออก หรือเป็นผลมาจากที่เธอไปลบเพื่อนๆของเธอใน DDLC

เนื่องจากเธอต้องการทดลองอะไรหรอเปล่าหรือทำเล่นๆขำๆ อันนี้ก็ไม่รู้

ซึ่งเรอาไปสำรวจเกม DDLC มาแล้วก็พบว่ามีฉากจบ 5 แบบ โดนโมนิก้าลบไป 3-4 แบบ

ซึ่งในวันถัดมาวันที่ 9 ธันวาคม 2019

อีฟจะขอลาพักร้อนเพราะงานของเธอใกล้จะเสร็จละ ถ้ามีอะไรไปติดต่อราวี่ละกัน

และก็มาถามถึงเรื่องประชุมเรื่องผลลัพธ์กันวันไหน ยังไง

หลังจากนั้นผ่านไปอีกราวๆสองเดือนเศษๆ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 พอลล่า หัวหน้าทีมก็มาบอกความในใจว่าชอบเธอนะ

ยอมถวายทุกอย่างได้เพื่อเธอ และยังคิดถึงวันวานเก่าๆสมัยที่ยังเป็นวิทยาลัยอยู่

ไม่ว่าจะยังไงฉันก็รักเธอและจะรักตลอดไป

เนื้อเรื่องของทีมงานฉบับย่อ (แนะนำให้อ่าน)

ใครอ่านแล้วงงก็ไม่เป็นไรนะครับผมก็งงเหมือนกันเดี๋ยวจะย่อความสรุปให้นะครับ

1.พอลล่ากับอีฟจบมาเข้าทำงานที่บริษัท Metaverse

2.พอลล่าไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้า ส่วนอีฟเป็นวิศวะระดับสูง

3.พอลล่ารับลูกทีมเพิ่มมาอีก 3 คน ได้แก่ ราวี่ ราโซ ,ลิป มูซี่ และโร ทีตเตอร์

4.ทีมของพอลล่าสร้างโปรเจกต์หนึ่งขึ้นมา มีชื่อว่า DDLC ส่วนอีกทีมสร้าง Libitina

5.อีฟทำการก่อกบฏ ไปดัดแปลง DDLC จนกลายเป็นเกมสยองขวัญ พร้อมสร้างทีมลับอีกทีในบริษัท

6.ด้วยความรัก พอลล่าก็ยอมทำตามแผนของอีฟ ยอมแอบปล่อยงานนี้ในชื่อของ Team Salvation

7.หลายเดือนต่อมา เกมนี้ดังเป็นพลุแตก จนทางทีมตัดสินใจย้ายเข้าไปเป็นผลงานของบริษัท

8.พอลล่าได้ลูกทีมเพิ่มมาอีก 1 คนคือ เรอา วอลเท่ร์(นาตาชาของอีฟ)

9.วันที่ 1 ธันวาคม 2019 หัวหน้าได้เสนอวิธีเชื่อมต่อเกมระหว่างสองเกมเพื่อประหยัดต้นทุนและเวลา

ส่วนโร ทีตเตอร์ก็ไปช่วยอีกทีมในการสร้าง Libitina

และหัวหน้าก็สร้างโปรแกรม TEST VM เพื่อดูข้อมูลที่โรไปแอบแกะมาจากอีกทีม

10.ในวันที่ 2 ธันวาคม 2019 โรไปแกะไฟล์ใน Libitina ได้แล้วนำไปยัดใส่ใน TEST VM

และสัปดาห์หน้าจะไปตั้งค่าตัวไทม์เซิรฟ์เวอร์

ส่วนหัวหน้าก็สร้างไฟล์เอาไว้สำหรับเก็บข้อมูลลับต่างๆที่มีแล้วเปิดแชร์ไว้

11.วันต่อมา วันที่ 3 ธันวาคม 2019 ราวี่ ราโซ ได้พบว่าเกม DDLC สร้างไฟล์ขึ้นมาเอง

และสาเหตุก็คือวิธีเชื่อมต่อของหัวหน้า ไม่ได้ตั้งค่าไฟล์ใน Libitina ให้เป็น 0

เกม DDLC อาจจะเก็บไฟล์นั้นไปได้ เลยวอนขอให้มาช่วยกันสนใจเรื่องนี้หน่อย

12.พอผ่านไปช่วงบ่ายๆ หัวหน้าสั่งงานใหม่มา นั้นคือแนวคิดการสร้างเกมใหม่แต่ใช้โมเดลเดิม

ส่วน โรต้องไปช่วยอีกทีมสร้าง Libitina

ส่วนคนที่เหลือให้ไปเก็บข้อมูล ภาพ เสียง ฉากที่เปลี่ยนไปมาได้ รูททุกตัว เหตุการณ์ทุกเวลา ใน DDLC

พอเก็บมาได้ก็ให้ย้ายไปในไฟล์ที่สร้างไว้เมื่อวันจันทร์

13.พอผ่านไปช่วงเย็นๆมีลูกทีมคนหนึ่งทำเสร็จแล้วเลยจะก๊อปใส่

แต่หัวหน้ามาห้ามไว้แล้วให้ก๊อปแบบอ้อมโยดแทน

เพราะตอนนี้เรอากำลังไปตั้งค่าตัวของเครือข่าย

เพื่อที่จะได้คุยกันสะดวกไม่ต้องกังวลพวกเบื้องบนจะมาดูงานที่กำลังทำ

14.วันต่อมา วันที่ 4 ธันวาคม 2019 ทางรัฐบาลเริ่มเล็งเห็นว่าเกมนี้อาจส่งผลเสียต่อสังคมได้

เลยกดดันให้บริษัทและทีมของเราทำเกมให้ซอฟต์ลงมาหน่อย

แต่หัวหน้าไม่ค่อยเห็นด้วยซะเท่าไหร่และคิดว่านี่เป็นงานของรัฐบาลซะมากกว่า

15.ในเย็นวันนั้นเอง หัวหน้าก็ไปปรึกษากับผู้บริหารว่าคิดเห็นอย่างไร แล้วเราจะเอาไปปรับใช้ให้

16.และในวันที่ 5 ธันวาคม 2019 หัวหน้าเลยเอาความเห็นของเหล่าผู้บริหารมาปรับเป็นเกณฑ์ในแต่ละข้อ

และขอให้ทำตามนี้ แต่อีฟคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลยไปปรับหน้าเดสก์ท๊อปให้กลายเป็นสีชมพูซะเลย

17.ในเย็นเดียวกันนี้เองอีฟก็กำลังแต่งเพลงลงสคริปส์ที่จะเอาไปใส่ในไฟล์ของผู้เล่น ตามที่่หัวหน้าสั่งงานใหม่

มา

18.วันที่ 6 ธันวาคม 2019 อีฟได้พบว่ามีใครสักคนในทีมแอบไปสร้างแอดเค้าท์ทวีตเตอร์ให้โมนิก้า

แม้อีฟจะถามว่าเป็นใครหรือโพสต์กิจกรรมอะไร แต่ก็ไม่มีใครออกมาตอบกันซักคน

19.ในช่วงสายๆนี้เอง ก็มีการจัดประชุมขึ้นเรื่องเกมใหม่ที่จะสร้าง แต่อีฟโดนลิปด่าเพราะเอาแต่ติดเล่น

อีฟเลยแค้นฝังใจรอหมดชั่วโมงแล้วจะพิมพ์มั่วระบายอารมณ์หรือประชดเอาซะเลย

หัวหน้าเลยใช้ประเด็นงานในการเบนความสนใจ แต่การประชุมโดยสรุปแล้วคือ

เกมใหม่ที่จะทำคือการโคลนเกม DDLC มาแต่จะตัดเรื่องสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าไป

และกลายเป็นเกม DDLC Ver.ธรรมดาแทน

20.วันต่อมา วันที่ 7 ธันวาคม 2019 ลิป มูซี่ได้ทำการโคลนเกม DDLC มาแก้ไขและลองเล่นไปซักพักหนึ่งแล้ว

แต่ก็ยังเหมือนเกมเดิมเพราะโมนิก้าเก่งกว่าที่คิดไว้

ลิปมูซี่เลยเปิดประเด็นเรื่องนี้เพื่อขอให้ทุกคนมาช่วยกันแก้ไขความผิดปกติของตัวละครนี้หน่อย

21.ในบ่ายนี้เอง ในการจัดการประชุมครั้งนี้

เพื่อนร่วมทีมก็ช่วยกันแก้จนสำเร็จแถมเนื้อเรื่องก็สามารถต่อเข้ากับ DDLC ได้อีกด้วย

แต่มีเรื่องที่น่าฉงนอยู่ก็คือมีไฟล์ตัวละครที่ 5 ที่มาจากไหนก็ไม่รู้มาอยู่ในไฟล์เกม

ทั้งๆที่ก็ไม่มีใครเป็นคนสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเลย และไม่ปรากฏในข้อมูลของอีกทีมด้วย แต่ก็ยังไม่จบแค่นั้น

เพราะวันนี้อีฟดูแปลกไปเป็นอย่างมากเพราะปกติเป็นคนที่พูดมากแต่วันนี้กลับเงียบ ไม่พูดอะไรเลย

22.ในวันถัดมา วันที่ 8 ธันวาคม 2019 เรอา วอลเท่ร์ ก็ออกมาขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันจนเกมเสร็จ

และเกมนี้จะถูกใช้ชื่อว่า Side Story อีกทั้งเนื้อหาภายในเกมก็คล้ายๆ DDLC แต่ว่าครั้งนี้จะต่างออกไป

เพราะสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าถูกนำไปซ่อนแล้ว เนื้อเรื่องในเกมเลยเปลี่ยนไปด้วย

23.ในวันต่อมา วันที่ 9 ธันวาคม 2019 สัปดาห์หน้าอีฟจะขอไปลาพักร้อนเพราะงานของเธอใกล้เสร็จแล้ว

มีอะไรให้ติดต่อที่โร ละกัน แล้วค่อยมาจัดประชุมเรื่องผลลัพท์ของเกมต่อไป

24.เวลาผ่านไปเรื่อยๆประมาณ 2 เดือนกับอีก 5 วัน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020

พอลล่าก็ได้มาสารภาพรักกับเธอและพูดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงมหาลัยกับช่วงทำงานใหม่ๆและในเหตุการณ์ต่างๆในปีที่แล้ว

และปิดท้ายว่า ฉันจะรักเธอตลอดไปจนกว่าโลกนี้จะล่มสลาย เป็นความปราถนาแด่มิตรภาพอีก 14 ล้านปี

ถ้าเอาแบบโครตสั่นอีกก็คือไอ้ทีม 6 คนนี้แหละที่สร้าง DDLC ให้เป็นอย่างที่เห็นกัน และสร้าง Side Story ออกมาหลอกตารัฐบาลเฉยๆ ว่าเป็นเกมใสๆ ระหว่างกำลังพัฒนา Libitina ให้เสร็จ แค่นั้น ไม่มีอะไรมาก

2.ตอนนี้โมนิก้าเป็นไงบ้างฉบับละเอียด

โอเคสำหรับภาคนี้นั้น แทบไม่มีการกล่าวถึงโมนิก้ามากเท่าไหร่ถ้าไม่ไปค้นไฟล์ลับมาอ่านจริงๆ เล่นๆไปก็คงจะคิดว่าเป็นเกมธรรมดาๆเองนี่หว่า ดังนั้นก็ต้องใช้ข้อมูลที่คุณมีและเก็ทเชื่อมโยงของคุณ มาเดาเนื้อเรื่องต่อแล้วละครับว่า ตอนนี้โมนิก้าเป็นยังไงบ้าง โอเคมาเริ่มกันเลย

ในตอนแรกนั้น โมนิก้าก็ยังเป็นแค่บอทธรรมดาๆที่ทำหน้าที่เป็นประธานชมรม

และยังไม่รู้ตัวว่าโลกที่เธออยู่มันเป็นแค่เกม(อยู่ในช่วงที่DDLCกำลังสร้างและพัฒนา)

จนกระทั่ง อีฟ ลาสเตอร์ ได้ทำการก่อกบฏขึ้นมาในทีมของเธอ

อีฟ ลาสเตอร์ได้ทำการใส่ค่าพิเศษตัวหนึ่งลงไปในตัวละครของโมนิก้าที่ชื่อว่า Moniter Kernel Access

ทำให้โมนิก้าเบิกเนตรและรู้ว่าทุกอย่างมันก็เป็นแค่เกม

แน่นอนว่าโมนิก้าต้องดิ้นรนหาทางหนีออกมาจากเกมโดยการหาทางติดต่อกับผู้เล่น

ซึ่งเป็นตัวตนเดียวที่จะสามารถย้ายไฟล์ของเธอหรือพาเธอหนีไปได้

แต่ทางออกมักไม่ง่ายเสมอ เพราะเกมมันมีสคริปต์ไว้อยู่แล้ว

เหล่าเพื่อนๆของเธอในชมรมจะคอยมากวนเธอและขัดขวางเธอกับผู้เล่นอยู่ตลอดเวลา

ทำให้เธอจำเป็นที่จะต้องลบเพื่อนของเธอทิ้งเพื่อที่จะเข้าไปใกล้ผู้เล่นให้เร็วที่สุดก่อนที่ผู้เล่นจะจบเกมนี้ได้และจากไปตลอดกาล

ซึ่งอีฟก็คิดและคำนวนไว้ในแผนหมดแล้ว ว่าถ้าให้สิทธิการเข้าถึงไฟล์กับโมนิก้าไปจะต้องมีเหตุการณ์อะไรแบบนี้ และที่ทำแบบนี้ก็เพราะต้องการให้เกมมันเร้าใจ ไม่น่าเบื่อเดิมๆ

(แน่นอนว่าอีฟสามารถติดต่อกับโมนิก้าได้ตอนไปเปลี่ยนโมนิก้าใหม่ๆ

โดยมันจะเฉลยและอ้างอิงอยู่ในกลอนของเกม DDLC

ซึ่งจะใช้ชื่อกลอนว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้ทุกอย่าง The Lady who Knows Everything

เนื้อหาใจความของกลอนจะประมาณว่า ตำนานเคยกล่าวว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้ทุกอย่าง

และวันหนึ่งโมนิก้าได้ตามหาผู้หญิงคนนี้ไปเรื่อยๆแม้จะรู้ว่าเป็นแค่ตำนาน

เพราะเป็นความหวังเดียวของโมนิก้าในการถามไถ่ถึงทางออกจากที่นี่

จนกระทั้งวันหนึ่งโมนิก้าก็ได้ร่วงลงไปที่ไหนสักแห่ง

แต่ก็มีคนมารับไว้และนั้นก็คือผู้หญิงที่รู้ทุกอย่าง

ก่อนที่โมนิก้าจะได้ถามอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่า

ฉันรู้ทุกอย่างแต่มันไม่มีค่าอะไรและไร้ความหมาย และที่พวกเราทำได้แค่หาความเป็นไปได้ก็เท่านั้น

ฉันไม่ใช่ตำนานและตำนานก็ไม่มีจริง

ซึ่งก็จะสรุปได้ว่า หลังจากที่โมนิก้ารู้ว่าเป็นแค่เกมก็ตามหาผู้สร้างจนตกแมฟที่สร้างไว้

อีฟที่เป็นคนสร้างก็เลยมาบอกว่า ฉันรู้ว่าเธอจะถามอะไร ฉันรู้แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน

ดังนั้นเธอต้องหาคำตอบและความเป็นไปได้ด้วยตัวเธอเอง และฉันไม่มีตัวตนอยู่จริงเป็นแค่เรื่องราวเก่าๆเท่านั้น

โมนิก้าเลยดิ้นรนหาทางหนีต่อไปจนกระทั่งเจอกับวิธีหนุ่ง ซึ่งก็คือหาทางติดต่อกับผู้เล่น )

แต่เรื่องมันก็บานปลายยิ่งกว่าเดิม เมื่อหัวหน้าอยากประหยัดต้นทุนเพิ่ม

โดยไปเอาไฟล์จาก DDLC ย้ายเข้าไปในเกม Libitina

โดยวิธีนี้ต้องใช้ตัวแปรที่มีสิทธิที่เข้าถึงไฟล์ภายในเกม หรือก็คือตัวละครโมนิก้า

เอามาค้นหาและย้ายไฟล์ใน DDLC ไป Libitina ซึ่งเดิมทีหัวหน้าก็เชื่อว่าหุ่นยนต์ไม่มีจิตใจเลยไม่สนใจอะไรมาก

และนั้นก็ทำให้โมนิก้าได้ไปเห็นภายในไฟล์ Libitina เข้า

ซึ่งด้านในมีการทดลองลับเกี่ยวกับตาที่สามโดยทดลองกับตัวละครพวกเธอเอง

โมนิก้าเลยแอบไปขโมยบันทึกการทดลองบางอย่างมาและซ่อนมันไว้ในไฟล์เธอเอง ทำให้ผู้ดูแลตรวจหาไม่เจอ

และเมื่อผู่เล่นได้ทำการนำไฟล์ของโมนิก้าไปแปล

ก็จะพบข้อความของโมนิก้าที่ขอร้องให้เราช่วยเธอและเพื่อนๆของเธอด้วย

เพราะในเกม Libitina มีเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับพวกเธอและโมนิก้าแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่

แน่นอนว่าเราก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่างเพราะเกมก็ยังไม่ปล่อยออกมา

(เนื้อเรื่องต่อจากนี้ผมจะแยกออกเป็น 2 ทฤษฎีนะครับ

อันที่1 คือ ทฤษฎีของผมเอง

อันที่ 2 คือทฤษฎีของ The Game Theorists )

1.ทฤษฎีของผมเอง

ในขณะเดียวกัน ทางทีมงานก็สร้าง Side Story ขึ้นมาหลอกตารัฐบาลว่าเป็นเกมแนวใสๆ

และถือว่าลองสร้างผลงานประเภท What-if โลกคู่ขนานอะไรประมาณนี้ไปในตัว

โดยไปถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าออกไปซ่อน

แต่มีหรอที่สิงโตจะคายเนื้อออกมาจากปากเอง

แน่นอนว่าอีฟคงไม่นิ่งดูดายปล่อยผลงานตนเองหายไปแน่ๆ

และที่อีฟเงียบๆไปก็เพราะนิสัยเดิมของอีฟคือ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

ขนาดหัวหน้าที่อยู่กันมานานตั้งแต่มหาลัยก็ยังเดานิสัยของอีฟไม่ได้

จากนั้นอีฟก็ทำการโคลนโมนิกาออกเป็นสองตัว

แต่ตัวที่สองจะถอดสิทธิออกและเอาไปใส่ในเกม Side Story เพื่อที่จะหลอกตาทีมงาน

ส่วนอีฟก็เอาโมนิก้าตัวแรกที่เป็นตัวจริงไปใส่แฟลชไดรฟ์และเตรียมแผนที่จะทดลองอะไรกับโมนิก้าต่อแน่ๆ

เพราะอาทิตย์หน้าอีฟได้ขอลาพักร้อนไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม

และบางทีตอนที่อีฟกำลังไปค้นไฟล์ของโมนิก้า อาจจะเจอโน๊ตลับที่ขอให้ผู้เล่นช่วยโมนิก้าด้วย

อีฟเลยปิดปากโมนิก้าและจะส่งตัวของโมนิก้าไปให้ทีมลับของตนเองที่แฝงตัวอยู่ในทีมที่กำลังพัฒนา Libitina

และเริ่มทดลองอะไรกับโมนิก้าต่อก็เป็นได้

2.ทฤษฎีของ The Game Theorists

ในขณะเดียวกัน ทางทีมงานก็สร้าง Side Story ขึ้นมาหลอกตารัฐบาลว่าเป็นเกมแนวใสๆ

และถือว่าลองสร้างผลงานประเภท What-if โลกคู่ขนานอะไรประมาณนี้ไปในตัว

โดยไปถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าออกไปซ่อน

แต่มีหรอที่โมนิก้าจะยอมง่ายๆหลังจากผ่านโลกมาเยอะแล้ว

ในขณะที่อีฟกำลังไปถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์เกมของโมนิก้าออก

โมนิก้าก็ได้ทำการพังกำแพงที่ 4 (แบบที่ซาโยริเคยจะทำกับเราในตอนจบปกติของเกม DDLC )

แล้วโมนิก้าก็ไปดึงจิตหรือตัวตนของอีฟ ลาสเตอร์ออกมาและเอาไปใส่ไว้ในตัวละครลึกลับตัวที่ 5

แล้วเอาจิตหรือตัวตนของโมนิก้าเองไปใส่ไว้ในร่างกายของอีฟแทน

ดังนั้นเกม Side Story จึงไม่มีปัญหาอะไร เพราะตัวปัญหาเข้ามาสิงในตัวอีฟแทนแล้ว

และที่อีฟเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็เพราะโมนิก้ายังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในทีม

จึงเลือกที่จะเงียบๆไปก่อน จากนั้นก็ไปศึกษาสถานการณ์ในปัจจุบันว่ามันเป็นยังไง

และแน่นอนว่าคนในทีมก็สังเกตุว่าอีฟนั้นเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นคนเงียบๆ

แต่หัวหน้าก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะอีฟก็ผีเข้าผีออกตั้งแต่อยู่มหาลัยแล้ว

และในวันจันทร์นี้เอง โมนิก้าในร่างอีฟได้ตัดสินใจพิมพ์เมลแกล้งทำเป็นลาพักร้อนในสัปดาห์หน้า

เพราะต้องการที่จะเรียนรู้เรื่องต่างๆในโลกใบนี้ให้มากขึ้น

เพื่อจะได้หาทางช่วยเพื่อนเธอจากเหตุการณ์ในเกม Libitina ให้ได้

และสองเดือนต่อมาหัวหน้าก็มาสารรักกับอีฟ

โดยหารู้ไม่เลยว่า ความจริงแล้วข้างในเป็นโมนิก้า

และโมนิก้าอาจตั้งใจจะใช้ความสัมพันธ์นี้ไปสืบเรื่องราวในLibitinaต่อเพื่อหาทางหยุดยั้งมันก็เป็นได้

ใครงงอีก ผมสรุปให้แบบย่อๆดังหัวข้อใหญ่ต่อไปนี้

ตอนนี้โมนิก้าเป็นไงบ้าง (ทฤษฎีของผมเอง)

เนื้อหาฉบับย่อ

1.ตอนสร้าง DDLC ใหม่ๆ โมนิก้าเป็นแค่บอทธรรมดาๆ

2.จนกระทั่ง อีฟ ลาสเตอร์ ได้ใส่สิทธิการเข้าถึงไฟล์ระดับสูงลงไปในตัวละครของโมนิก้า

3.โมนิก้าเบิกเนตรและรู้ว่าทุกอย่างมันก็เป็นแค่เกม เลยเริ่มตามหาผู้สร้าง

4.โมนิก้าตามหาจนตกแมฟ อีฟที่เป็นคนสร้างก็เลยมาบอกว่า โมนิก้าต้องหาทางหนีเอง

5.โมนิก้าเจอทางออกอีกทางหนึ่ง คือ ต้องหาทางติดต่อกับผู้เล่นแล้วเขาจะหาทางช่วยเอง

6.โมนิก้าพยายามดิ้นรนเพื่อหาทางติดต่อกับผู้เล่น

7.แต่เหล่าเพื่อนๆของเธอในชมรมมักมากวนเธอเวลาอยู่กับผู้เล่นตลอดเวลา

8.โมนิก้าเลยลบเพื่อนของเธอทิ้งเพื่อที่จะได้เข้าไปใกล้ผู้เล่น

9.แล้วเรื่องทุกอย่างก็เป็นไปตามตอนจบของ DDLC

10.วันหนึ่ง หัวหน้า สั่งให้ย้ายไฟล์จาก DDLC เข้าไปในเกม Libitina

11.โมนิก้าได้ไปเห็นไฟล์ภายใน Libitina เข้า ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการทดลองเรื่องตาที่สามโดยใช้พวกเธอเป็นหนูทดลอง

12.โมนิก้าจึงแอบไปขโมยบันทึกการทดลองบางอย่างมาและซ่อนมันไว้ในไฟล์เธอเอง

13.มีผู้เล่นตาดีไปแกะปริศนามาและอยากที่จะช่วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกม Libitina ยังไม่ออก

14.ทางทีมงานจะสร้าง Side Story ขึ้นมาหลอกตารัฐบาลและลองแนวคิดทฤษฎีต่างๆ

15.ทีมงานช่วยกันถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าออกไปซ่อน

16.อีฟไปเจอโน๊ตลับที่โมนิก้าขอให้ผู้เล่นช่วยเธอด้วย

17.อีฟไม่ยอม และทำการโคลนโมนิกาออกเป็นสองตัว

โมนิก้าตัวแรกที่เป็นตัวจริงเอาไปใส่แฟลชไดรฟ์และเตรียมแผนที่จะทดลองอะไรกับโมนิก้าต่อ

ส่วนตัวที่สองจะถอดสิทธิออกและเอาไปใส่ในเกม Side Story เพื่อที่จะหลอกตาทีมงาน

18.งานเสร็จ ออกมาเป็นเกม Side Story

19.อีฟขอลาพักร้อนอาทิตย์หน้าไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม

20.แอบส่งตัวของโมนิก้าไปให้ทีมลับของตนเองที่แฝงตัวอยู่ในทีมที่กำลังพัฒนา Libitina

21.เริ่มทดลองอะไรกับโมนิก้าต่อ

ถ้าเอาตามทฤษฎีนี้ ตอนนี้โมนิก้าก็กำลังโดนทีมลับทดลองอะไรอยู่ในเกม Libitina อยู่แน่ๆ

ตอนนี้โมนิก้าเป็นยังไงบ้าง (ทฤษฎีของ The Game Theorists)

เนื้อหาฉบับย่อ

1.ตอนสร้าง DDLC ใหม่ๆ โมนิก้าเป็นแค่บอทธรรมดาๆ

2.จนกระทั่ง อีฟ ลาสเตอร์ ได้ใส่สิทธิการเข้าถึงไฟล์ระดับสูงลงไปในตัวละครของโมนิก้า

3.โมนิก้าเบิกเนตรและรู้ว่าทุกอย่างมันก็เป็นแค่เกม เลยเริ่มตามหาผู้สร้าง

4.โมนิก้าตามหาจนตกแมฟ อีฟที่เป็นคนสร้างก็เลยมาบอกว่า โมนิก้าต้องหาทางหนีเอง

5.โมนิก้าเจอทางออกอีกทางหนึ่ง คือ ต้องหาทางติดต่อกับผู้เล่นแล้วเขาจะหาทางช่วยเอง

6.โมนิก้าพยายามดิ้นรนเพื่อหาทางติดต่อกับผู้เล่น

7.แต่เหล่าเพื่อนๆของเธอในชมรมมักมากวนเธอเวลาอยู่กับผู้เล่นตลอดเวลา

8.โมนิก้าเลยลบเพื่อนของเธอทิ้งเพื่อที่จะได้เข้าไปใกล้ผู้เล่น

9.แล้วเรื่องทุกอย่างก็เป็นไปตามตอนจบของ DDLC

10.วันหนึ่ง หัวหน้า สั่งให้ย้ายไฟล์จาก DDLC เข้าไปในเกม Libitina

11.โมนิก้าได้ไปเห็นไฟล์ภายใน Libitina เข้า

ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการทดลองเรื่องตาที่สามโดยใช่พวกเธอเป็นหนูทดลอง

12.โมนิก้าจึงแอบไปขโมยบันทึกการทดลองบางอย่างมาและซ่อนมันไว้ในไฟล์เธอเอง

13.มีผู้เล่นตาดีไปแกะปริศนามาและอยากที่จะช่วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกม Libitina ยังไม่ออก

14.ทางทีมงานจะสร้าง Side Story ขึ้นมาหลอกตารัฐบาลและลองแนวคิดทฤษฎีต่างๆ

15.ทีมงานช่วยกันถอดสิทธิการเข้าถึงไฟล์ของโมนิก้าออกไปซ่อน

16.โมนิก้าใช้แผนสลับจิตใจหรือตัวตน โดยนำจิตใจของโมนิก้าเองไปใส่ไว้ในร่างกายของอีฟ

ในขณะที่จิตใจของอีฟ ลาสเตอร์ถูกนำไปใส่ไว้ในตัวละครตัวที่ห้าที่โมนิก้าสร้างขึ้นมาแทน

17.โมนิก้ายังไม่รู้ความสัมพันธ์ต่างๆของอีฟกับเพื่อนในทีม จึงเลือกที่จะทำตัวเงียบๆ แล้วค่อยๆศึกษาสถานการณ์ในปัจจุบันว่ามันเป็นยังไง

18.คนในทีมเริ่มสังเกตุว่าอีฟนั้นเปลี่ยนไป จากนิสัยเกรียนๆกลายเป็นคนเงียบๆ แต่หัวหน้าก็ไม่เอะใจอะไรเพราะอีฟมีนิสัยผีเข้าผีออกตั้งแต่เป็นเพื่อนกันที่มหาลัย

19.งานเสร็จ ออกมาเป็นเกม Side Story

20.โมนิก้าในร่างอีฟได้ตัดสินใจพิมพ์เมลขอลาพักร้อนในสัปดาห์หน้า เพราะต้องการที่จะใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องต่างๆในโลกนี้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้หาทางช่วยเพื่อนเธอจากเหตุการณ์ในเกม Libitina

21.สองเดือนต่อมา หัวหน้าก็มาสารรักกับอีฟ โดยหารู้ไม่เลยว่า ความจริงแล้วข้างในเป็นโมนิก้า

และโมนิก้าก็มีแผนที่จะใช้ความสัมพันธ์นี้ไปหาทางแก้ไขไฟล์ใน Libitina

ถ้าเอาตามทฤษฎีนี้ ตอนนี้โมนิก้าก็กำลังหลอกใช้หัวหน้าเพื่อเข้าถึงไฟล์ใน Libitina และกำลังหาทางหยุดมันแน่ๆ

เพราะงั้นถ้าเกม Libitina ออกมาให้พวกเราได้เล่นกัน ก็อาจจะมี Easter Egg อะไรเด็ดๆที่โยงเข้ากัน ระหว่างโมนิก้าใน DDLC กับโมนิก้าใน Libitina ก็ได้

โดยรวมแล้วภาคนี้จะไม่ได้เน้นไปที่เหล่าสาวๆทั้ง4เลยครับ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่บริษัทและทีมที่ทำมากกว่า

แค่ขยายความว่าทีมนี้ไปทำอะไร มีแผนอะไร มีใคร ถ้าไม่หาไฟล์ลับมาอ่านดีๆก็ตีความผิดกันได้

เอาละ ถ้าใครคิดเห็นยังไงก็คอมเม้นต์ไว้ด้างล่างเลยนะครับ คุยดีๆนะครับอย่าด่ากัน

More Doki Doki Literature Club Plus! guilds

Rate this article

1 votes : 5 / 5 1